HOW TO การดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้สักยังไงให้มีอายุยืนยาว

หากพูดถึง 1 ในเฟอร์นิเจอร์ยอดนิยมที่สามารถพบได้ในหลายๆ บ้านหนึ่งในนั้นคือ “เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก” ใช่ไหมล่ะคะ เพราะเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้มีความแข็งแรง ทนทาน วางแต่งบ้านมุมไหนก็ดูสวยงามไม่ขัดหูขัดตา แถมยังให้ความกลมกลืนในกลิ่นอายความเป็นธรรมชาติอย่างมากอีกด้วย และปัจจุบันยิ่งมีการพัฒนาดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้มีรูปทรงที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการใช้งานมากกว่าเดิม แถมมาพร้อมราคาที่ไม่แพง ก็ยิ่งทำให้ใครหลายคนยิ่งอยากได้ไปครอบครองด้วย

ไม้สัก ไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง เพราะมีสารพิเศษอย่าง O-Cresyl Methyl Ether ที่ช่วยให้เนื้อไม้มีความทนทานต่อแมลงต่าง ๆ เช่น ปลวก รวมถึงเห็ดรา อีกทั้งยังนิยมนำมาใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ หรือเตียง แต่ถ้าอยากจะให้เฟอร์นิเจอร์ไม้สักสวยงาม ผิวเป็นมันเงาวับ เหมือนใหม่อยู่เสมอ ก็ต้องควบคู่ไปกับการทำความสะอาดและการดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้สักอย่างถูกวิธีด้วย

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@thevanegmond

วิธีทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

นำเครื่องดูดฝุ่นหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้ทั่วเฟอร์นิเจอร์เพื่อกำจัดฝุ่นออกไป จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่ แล้วบิดหมาด ๆ เช็ดเฟอร์นิเจอร์ซ้ำอีกครั้ง เสร็จแล้วนำผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาด ๆ เช็ดน้ำสบู่ออกไป ตามด้วยนำผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกครั้ง เพื่อลดการเกิดคราบน้ำสบู่บนผิวเฟอร์นิเจอร์

ทั้งนี้ควรทำความสะอาดตามขั้นตอนข้างต้น 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ก็จะช่วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักดูเหมือนใหม่ สีไม่ซีด และยังคงความสวยงามอยู่เสมอ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่วางไว้บริเวณบ้าน เช่น ในสวน ก็ใช้วิธีทำความสะอาดแบบเดียวกัน แต่หลังการใช้ควรเก็บเบาะหรือหมอนอิงทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เปื้อนน้ำมันจากเนื้อไม้

วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

  1. กำจัดคราบสกปรก

หากมีคราบสกปรกติดอยู่ ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ได้ ให้นำน้ำยาทำความสะอาดไม้ทาบริเวณที่มีคราบทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นใช้แปรงขนนุ่ม ๆ เช่น แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว ค่อย ๆ ขัดคราบสกปรกเหล่านั้นออกไป จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง

  1. ลบรอยขีดข่วน

ส่วนถ้าเป็นรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนผิวไม้ที่ไม่ลึกมาก สามารถใช้ผ้าแห้งแตะน้ำยาขัดรองเท้าสีใกล้เคียงกับเนื้อไม้แล้วเช็ดเบา ๆ จากนั้นให้ใช้ผ้าชุบน้ำมันขัดเงาเช็ดซ้ำอีกที ถ้าเกิดรอยเปื้อนที่เป็นคราบฝังลึก เช่น คราบสี น้ำตาเทียน หรือรอยขูดลึกลงในเนื้อไม้ ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดที่สุด ขัดเบา ๆ แล้วใช้ขี้ผึ้งเคลือบทับให้ผิวเสมอกับส่วนอื่น ๆ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/monoar_cgi_artist-2240009/
  1. ซ่อมรอยแตก

ถ้ามีรอยแตกให้นำกระดาษชุบน้ำให้ชุ่มแล้วเอาไปอัดไว้ตรงรอยแตก แล้วใช้เตารีดไฟแรงรีดบริเวณนั้น ความร้อนจะทำให้เนื้อไม้บริเวณที่ถูกกดขยายกลับคืนสู่สภาพเดิม จากนั้นก็ขัดเงาได้ตามปกติ หรือจะใช้วิธีผสมขี้เลื่อยกับกาว อุดเข้าที่รอยแตกก็ได้เช่นกัน

ลงน้ำมัน

ควรเลือกน้ำมันสำหรับใช้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโดยเฉพาะ โดยเริ่มตั้งแต่ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่มีฝุ่นเกาะ จากนั้นใช้พู่กันจุ่มน้ำมันแล้วเช็ดทาให้ทั่วพื้นผิว ทาไปเรื่อย ๆ จนกว่าไม้จะอิ่มตัวและไม่ดูดซับน้ำมันอีก

ทาสีรองพื้น

ใช้สีรองพื้นที่มีคุณสมบัติปรับผิวหน้าและอุดเสี้ยนไม้ หลุมร่องต่าง ๆ บนเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยใช้แปรงทาสีจุ่มสีรองพื้นสำหรับไม้สักโดยเฉพาะทาให้ทั่ว และทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน หรือจนกว่าคราบสีจะแห้งสนิท

ทาสีไม้ใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี

เฟอร์นิเจอร์ไม้สักก็เหมือนไม้ทั่วไปที่อาจจะสีซีดจางไปบ้างตามกาลเวลา จึงจำเป็นต้องมีการทาสีซ้ำใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี หรือเมื่อเราเริ่มสังเกตเห็นรอยแตกมากขึ้นในเนื้อไม้ก็สามารถทาสีซ้ำได้เลยเพื่อปกปิดรอยร้าวและปกป้องเนื้อไม้สัก

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/bedrck-3068806/

จัดวางให้พ้นแสงแดด

การวางเฟอร์นิเจอร์ไม้สักให้โดนแดดแรง ๆ เป็นประจำจะทำให้อายุการใช้งานและคุณภาพของไม้สักลดลง ดูเก่าเร็วขึ้น และต้องบำรุงรักษาซ่อมแซมมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรวางเฟอร์นิเจอร์ไม้สักให้อยู่ในบริเวณที่มีร่มเงา และไม่วางไว้กลางแจ้ง

สำหรับใครที่ยังรู้สึกกังวลใจว่าหากเราซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้สักมาแล้ว เราอาจจะดูแลได้ไม่ดีและอาจสร้างความเสียหายให้กับตัวไมได้ก็อยากจะให้คุณเลิกกังวลไปได้เลยนะคะ หากคุณนำวิธีที่เราบอกไปข้างต้นนี้ไปใช้รับรองว่าได้ผลแน่นอนค่ะ เฟอร์นิเจอร์ไม้สักในบ้านของคุณจะอยู่กับคุณไปอย่างยางนานแน่นอนแม้จะผ่านเวลาไปนานหลายปีจากรุ่นสู่รุ่น

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://home.kapook.com