5 เครื่องเทศที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

เครื่องเทศ ที่ทุกคนรู้จักมักนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่เราบริโภคกันในชีวิตประจำวัน นอกจากรสชาติและกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว เครื่องเทศแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป แต่ละอยางก็ให้ประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งวันนี้เราจะขอแนะนำเครื่องเทศที่หลายคนนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมาฝาก พร้อมกับนำประโยชน์ของเครื่องเทศเหล่านี้มาบอกเพื่อให้คนรักสุขภาพรู้กันค่ะ

เครื่องเทศ เป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงรสอาหาร แต่นอกจากจะเพิ่มรสชาติและกลิ่น เครื่องเทศยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยและบำรุงสุขภาพอีกด้วย โดยแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน เครื่องเทศ คือ วัตถุดิบที่ได้จากการนำส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพร เช่น เมล็ด ใบ ลำต้น ราก ดอก ผล หรือส่วนอื่น ๆ ไปตากแห้ง แม้จะผ่านกระบวนการตากแห้งเพื่อยืดอายุ เครื่องเทศก็ยังคงอุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

ขอบคุณภาพจาก : https://unsplash.com/@umeshsonii

1. ยี่หร่า
ยี่หร่า (Cumin) รู้จักกันในชื่อไทย ๆ ว่า กะเพราควายและโหระพาช้าง เมล็ดและใบของพืชชนิดนี้สามารถนำมาเป็นเครื่องเทศได้ จากข้อมูลวิทยาศาสตร์โดยรวม พบว่า ยี่หร่ามีสรรพคุณเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด บรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ และยังเป็นแหล่งของธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงเลือดและเสริมการเจริญเติบโตในเด็ก

2. ขมิ้น
รากของต้นขมิ้น (Turmeric) เป็นส่วนที่นำมาทำอาหารและเครื่องเทศ ขมิ้นขึ้นชื่อในเรื่องการบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับท้องไส้ อย่างอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องผูก โดยขมิ้นยังมีสรรพคุณต้านการอักเสบของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในผู้ที่มีอาการอักเสบหรือปวดบวม เช่น ปวดกล้ามเนื้อ โรคลำไส้อักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบ โรคข้ออักเสบ หรือโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบเรื้อรังอื่น ๆ การบริโภคขมิ้นและการได้รับสารเคอร์คิวมินที่อยู่ในขมิ้นอาจช่วยบรรเทาภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance) น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูงในผู้ป่วยเบาหวานได้อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก : https://unsplash.com/@mousumde

3. กระวาน
กระวาน (Cardamom) เป็นเครื่องเทศที่นำมาใช้ทั้งใบและเมล็ด มีฤทธิ์ขับลม บำรุงเลือด ช่วยบรรเทาอาการแผลในกระเพาะอาหารและอาการทางลำไส้อื่น ๆ และเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ต้านการเติบโตของเชื้อโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก โดยกระวานมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนประกอบ จึงช่วยลดการอักเสบและเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากโรคเรื้อรังชนิดต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง

กระวานยังอาจมีประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic fatty liver disease: NAFLD) ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่มีไขมันสะสมภายในตับมากเกิน ส่งผลให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการเผาผลาญและทำให้ตับอักเสบ เสียหาย มีอาการตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

4. อบเชย
อบเชย (Cinnamon) เป็นเปลือกไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบและชะลอการเสื่อมของเซลล์ ซึ่งอาจลดความเสี่ยงของโรคได้หลายชนิด สารอาหารในอบเชยยังมีสรรพคุณต้านและบรรเทาโรคเบาหวานด้วยการลดน้ำตาลในเลือดและกระตุ้นการตอบสนองต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เช่น ลดความเสี่ยงของโรคระบบประสาท ขับลม แก้จุกเสียด ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นปากและฟันผุ

ขอบคุณภาพจาก : https://unsplash.com/@massimo_adami

5. ชะเอมเทศ
หลายคนอาจรู้จักชะเอมเทศ (Licorice) จากผลิตภัณฑ์ยาอมแก้ไอและเจ็บคอ เพราะชะเอมเทศมีสรรพคุณทางยาคือ ลดการระคายเคืองจากการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื่นในลำคอ ลดความข้นหนืดของน้ำลายจึงอาจบรรเทาอาการเสมหะเหนียวข้นได้ รากของชะเอมเทศยังอาจช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นปัจจัยของแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อนจากอาการอาหารไม่ย่อย และด้วยฤทธิ์ต้านเชื้อโรค ชะเอมเทศยังอาจลดการเกิดของฟันผุได้อีกด้วย

เครื่องเทศข้างต้นนั้นมีสรรพคุณที่หลากหลาย มีทั้งส่วนที่คล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน โดยอาจแบ่งตามสรรพคุณได้ดังนี้
– ต้านการอักเสบ
– ต้านเชื้อโรค
– ลดน้ำตาลในเลือด
– ลดไขมันในเลือด
– ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ว่าเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ที่เรามักนำมาปรุงอาหาร เพิ่มความอร่อยให้กับอาหารจานโปรดแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากอีกด้วย ถึงแม้ว่าเครื่องเทศจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายแต่สำหรับคนท้อง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นประจำ หากเป็นโรคหรือเจ็บป่วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมจะดีกว่านะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.pobpad.com