5 วิธีลดหน้าท้อง บอกลาพุงย้อย ให้กลับมาหุ่นสวยสุขภาพดี

belly

5 วิธีลดหน้าท้อง บอกลาพุงย้อย ให้กลับมาหุ่นสวยสุขภาพดี

พุงยื่น พุงใหญ่ ปัญหากลุ้มใจที่ทำลายความมั่นใจของสาวๆ หลายคนจึงมองหาวิธีลดหน้าท้องที่สามารถทำได้จริงแบบง่ายๆ โดยไม่ทำลายสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือการควบคุมอาหาร เพื่อกระชับรูปร่างให้ดูดีและสมส่วนมากขึ้น บทความนี้ ไทยรัฐออนไลน์มี 5 เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนและปลอดภัย มาแนะนำกัน

5 วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน ปลอดภัย สุขภาพดี ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การลดหน้าท้องเร่งด่วน 1 อาทิตย์ โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ สามารถทำได้หลายวิธี สำหรับคนที่อยากลดหน้าท้องแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน แนะนำให้เน้นไปที่การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นเวลา ยกตัวอย่างดังต่อไปนี้

1. ลดการกินอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาล
แป้งและน้ำตาลคือ 2 สิ่งที่มีส่วนทำให้พุงยื่น หรือมีไขมันส่วนเกิน แม้ว่าการกินอาหารประเภทแป้ง จะช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่การกินแป้งในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลังได้ โดยเฉพาะการกินแป้งที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว น้ำตาลทรายขาว เป็นต้น

แป้งประเภทนี้จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว และหากกินอาหารที่มีน้ำตาลเข้าไปเพิ่มอีก อาจทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ไม่ทัน น้ำตาลที่มากเกินไปก็จะเปลี่ยนเป็นไขมัน และสะสมตามสัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ท้องแขน หรือต้นขา เป็นสาเหตุให้คุณลดหน้าท้องได้ยาก

5 วิธีลดหน้าท้อง บอกลาพุงย้อย ให้กลับมาหุ่นสวยสุขภาพดี
2. เร่งการเผาผลาญด้วยคาร์ดิโอ
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercise) เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ปอดและหัวใจทำงานได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด และระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดไขมันสะสม และทำให้หน้าท้องของคุณยุบเร็วขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอก็มีหลายแบบ ควรเลือกตามความเหมาะสมของตัวเอง ดังนี้

สำหรับผู้มีน้ำหนักตัวมาก : ควรออกกำลังกายเบาๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บบริเวณข้อหรือหัวเข่า เช่น การขี่จักรยาน การเดิน หรือการว่ายน้ำ

สำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง : ร่างกายอาจมีความยืดหยุ่นดีอยู่แล้ว จึงสามารถออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหว หรือมีแรงกระแทกสูงมากขึ้นได้ เช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก

3. ลดน้ำหนักด้วยการทำ IF
สำหรับคนที่ไม่ถนัดการออกกำลังกาย มีน้ำหนักตัวมาก หรือเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ก็อาจเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เรียกว่า IF หรือ Intermittent Fasting หมายถึง วิธีการกินและงดอาหารให้เป็นเวลา โดยช่วงที่งดอาหารนั้น ร่างกายจะไม่ได้รับพลังงาน ทำให้ต้องไปดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงานทดแทน

สูตรเวลาที่นิยมใช้ในการทำ IF
สูตร 12/12 : กิน 12 ชั่วโมง และอดอาหาร 12 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่ชินกับการอดอาหารเป็นเวลานาน

สูตร 16/8 : กิน 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถปรับตัวกับการอดอาหารได้ในระดับหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ตาม การลดหน้าท้องด้วยวิธีนี้ อาจไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตต่ำ รวมถึงผู้หญิงตั้งครรภ์ และคนที่วางแผนจะมีลูก

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
เชื่อหรือไม่ว่าวิธีง่ายๆ อย่างการดื่มน้ำสะอาดปริมาณ 8 แก้วต่อวัน ก็เป็นหนึ่งในวิธีลดหน้าท้องแบบธรรมชาติที่จะทำให้เรามีสุขภาพดีได้ เพราะน้ำช่วยชำระล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย เพิ่มการเผาผลาญ และเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ การดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที จะสามารถช่วยลดปริมาณการกินอาหารในแต่ละมื้อลงได้

5. กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย
การขับถ่ายเป็นเวลาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณลดหน้าท้องได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะการกินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว ที่มีส่วนประกอบของจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus), วิตามิน B และวิตามิน K จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายง่าย และลดอาการท้องผูกได้ โดยแนะนำให้รับประทานก่อนนอนเพื่อให้ขับถ่ายสะดวกในตอนเช้า

เพียงแค่คุณลองทำตาม 5 วิธีลดหน้าท้องแบบง่ายๆ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร และออกกำลังอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัก 1 สัปดาห์ ก็จะสังเกตได้ว่าพุงย้อยเริ่มกลับมากระชับมากขึ้น แถมยังได้สุขภาพดีเป็นของแถม ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th


ติดตามข่าวสาร ได้ที่  : thaigoodherbal.com

สุขภาพ

ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายของคุณแม่ตั้งครรภ์

ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายของคุณแม่ตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ […]

Read More
สุขภาพ

“โรคไตเนฟโฟรติก” ภาวะโปรตีนรั่ว

“โรคไตเนฟโฟรติก” ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะในเด็ก “โรคไตเน […]

Read More
สุขภาพ

จีนพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรก

จีนพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรก แสดงอาการตอนกักตัวโควิด- […]

Read More