“แพนเค้ก” มีที่มาอย่างไร มาไขข้อสงสัยไปพร้อมกัน

เริ่มต้นมื้อเช้าของหลายๆ คนคงเป็นเมนูที่มีข้าวเป็นหลักเพราะเป็นปกติของคนไทยที่มักกินข้าวเป็นหลักแต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไปและเวลาที่เร่งรีบทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะลุกมาทำกับข้าวหุงข้าวในตอนเช้า“แพนเค้ก”จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนในยุคนี้ โดยแพนเค้กลักษณะกลมแบนทำจากแป้งผสมกับไข่ นมและเนย ซึ่งถือเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของชาวตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอเมริกันที่มักเสิร์ฟแพนเค้กร้อนๆ เคียงคู่กับน้ำเชื่อมและผลไม้สดเพื่อทานเป็นของหวานหรือใช้รังสรรค์เป็นเมนูของคาวด้วยการจับคู่กับเบคอนทอดและไส้กรอก เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้แพนเค้กครองใจนักชิมหลายคนคือจุดเด่นที่มีลักษณะรูปร่างแบน เนื้อนุ่มฟูและสีสันน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลเข้ม และยังให้คุณค่าทางโภชนาการ จึงเหมาะกับทานเป็นมื้อเช้าเติมพลัง แต่ใครจะรู้บ้าง “แพนเค้ก” มีที่มาอย่างไร มาไขข้อสงสัยไปพร้อมกันเลย

จุดกำเนิดแพนเค้ก

แม้ว่าจะมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า มนุษย์ยุคหินเริ่มรู้จักวิธีนำวัตถุดิบที่หาได้ในขณะนั้นอย่างพืชตระกูลเฟิร์นมาบดผสมเข้ากับน้ำเพื่อใช้ทำเค้กแบน (flat cake) ด้วยวิธีการง่ายๆ มาตั้งแต่ 30,000 ปีก่อน แต่สูตรแพนเค้กหน้าตาคล้ายกับยุคปัจจุบันนั้นถือกำเนิดจากชาวกรีกโบราณ มีส่วนผสมจากแป้ง น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง และเรียกเค้กชนิดนี้ว่า “tēganitēs (แปลว่า กระทะสำหรับทอด) ต่อมาชาวโรมันโบราณจึงพัฒนาสูตรแพนเค้กของชาวกรีกและเรียกว่า “Alita Dolcia” (แปลว่า อาหารรสหวาน) ภายหลังสูตรแพนเค้กของชาวกรีก-โรมันจึงกลายเป็นรากฐานของการทำแพนเค้กในยุโรป และมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คน แม้กระทั่ง วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษชื่อก้องโลกยังกล่าวถึงแพนเค้กในบทประพันธ์ ปี ค.ศ. 1623 ชื่อ All’s Well that Ends Well อีกด้วย แพนเค้กเริ่มแพร่หลายในสังคมอเมริกันช่วงศตวรรษที่ 19 ก่อนที่จะแพร่หลายทั่วโลก และปัจจุบันแพนเค้กยังคงนิยมทานเป็นอาหารเช้าหรือเป็นของทานเล่นแสนอร่อยเสมอมาค่ะ

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/ritae-19628/

แพนเค้กอเมริกันและแพนเค้กยุโรป

แพนเค้กลักษณะทรงกลม เนื้อแป้งหนาฟูและวางเรียงซ้อนเป็นชั้นๆ อาจเป็นภาพจำของแพนเค้กสไตล์อเมริกันที่หลายคนต่างคุ้นเคยใช่ไหมคะ อย่างไรก็ตาม กว่าแพนเค้กจะกลายเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของชาวอเมริกัน ชาวยุโรปที่เริ่มต้นทานแพนเค้กมาตั้งแต่สมัยโบราณก็มีสูตรทำแพนเค้กหลากหลายแบบ เช่นที่ประเทศสโลวีเนียแพนเค้กชนิด “พาลาทชินเกน” (palatschinke) จะมีลักษณะคล้ายกับแพนเค้กยุคโบราณมากที่สุดส่วนประเทศฝรั่งเศส แพนเค้กจะนิยมเสิร์ฟแบบม้วน สอดไส้และตกแต่งด้วยเครื่องเคียง ซึ่งจะรู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ “เครป” (crêpe) นั่นเอง ขณะที่แพนเค้กแบบอเมริกันจะนิยมใส่สารทำให้เนื้อเค้กขึ้นฟู อเมริกันแพนเค้กจึงมีความหนานุ่มฟูกว่าค่ะ วันนี้มีสูตรทำแพนเค้กง่ายๆมาฝากกันมาดูวิธีทำกันเลย

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@tferraby

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 10 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู 1½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายละเอียด 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น ช้อนชา
  • ไข่ไก่ (เบอร์2) 1 ฟอง
  • ไข่แดงใส่ในถ้วยขนาด ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  • วานิลลา ½ ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง สำหรับราดแพนเค้ก
ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/congerdesign-509903/

 

ธีทำ

1.เตรียมชามแห้งโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู น้ำตาลทรายละเอียด และเกลือป่นในชาม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน วางพักไว้

2.ตอกไข่ไก่ แยกไข่ขาวใส่ชาม ส่วนไข่แดงใส่ในถ้วย แล้วใส่น้ำมันมะกอก วานิลลาลงไป ตามด้วยนมสดในปริมาณที่พอดีขอบถ้วยตวง จากนั้นเทถ้วยตวงนี้ลงในชามแห้ง ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน วางพักไว้ จากนั้นใช้ตะกร้อมือตีไข่ขาว ต้องระวังไม่ให้ชามและตะกร้อมือเปื้อนน้ำมัน เพราะถ้าเปื้อนจะทำให้ไข่ขาวไม่ขึ้นฟู เมื่อตีจนไข่ขาวขึ้นฟูแล้วก็เทลงชามแป้ง ใช้พายซิลิโคนคนให้เข้ากันอีกครั้ง

3.ใช้กระทะเทฟลอนใบเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว ตั้งไฟอ่อน พอกระทะร้อนให้ใช้ทัพพีตักแป้งหยอดลงไปในขนาดที่พอดีคำ เมื่อเห็นว่าผิวหน้าเริ่มมีฟองอากาศกระจายห่าง ๆ กันไปทั่วแผ่น ใช้ตะหลิวพลิกกลับด้าน รอแผ่นแป้งก็ฟูขึ้น ให้สุกเป็นสีน้ำตาลทองเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน ตักออกมาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำผึ้ง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เชื่อว่าคงได้ความรู้เกี่ยวกับแพนเค้กไม่มากก็น้อยแล้วอย่าลืมไปลองทำตามสูตรที่นำมาฝากเอาไว้เป็นมื้อเช้าในเวลาเร่งรีบได้ นะค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.topspicks.tops.co.th

เบเกอรี่

2 สูตรทำฟรุตสลัดจากผลไม้ในบ้านเป็นขนมหวาน

ฟรุตสลัด Fruit salad เป็นอีก 1 ผลไม้เชื่อมที่นิยมนำมาใช […]

Read More
เบเกอรี่

แจก 2 สูตรเครปเค้กยอดทำง่าย ไม่ต้องใช้เตาอบ

เครปเค้ก กำลังกลายเป็นขนมหวานที่ได้รับความนิยม เพราะนำเ […]

Read More
เบเกอรี่

ต้องลอง!! 4 เบเกอรี่ไขมันต่ำสำหรับสายเฮลตี้

สำหรับไขมันในเบเกอรี่ ดีหรือร้ายต่อสุขภาพกันแน่ เพราะไข […]

Read More