แนะนำการปลูกผักสวนครัวไว้ทานเอง สะอาด ปลอดสารเคมี

ในช่วงนี้ก็ยังมีคนที่ต้องอยู่บ้าน Work from Home จึงทำให้คนส่วนใหญ่ที่ใช้เวลาอยู่บ้าน หันมาทำอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำให้ลองหาเวลามาทำกันดูค่ะ นั่นคือการปลูกผักไว้รับประทานเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย มีผักสะอาด ปลอดสารเคมีไว้รับประทานเองแล้ว หากปลูกเป็นจำนวนมากและมีเหลือก็สามารถขายได้ด้วย แต่ว่าการจะปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานในช่วงเวลานี้ เราอยากแนะนำผักสวนครัวอายุสั้น ซึ่งหมายถึงผักที่ใช้เวลาปลูกไม่นาน เราสามารถได้รับประทานภายในเวลา 1-2 เดือน มารู้จักพืชผักเหล่านั้นกัน

เชื่อได้เลยว่าปัจจุบันนี้ต่างก็มีหลายคนที่เริ่มหันมาหาปลูกผัก ปลูกผลไม้ หรืออาจจะหาซื้อกระบองเพรชน่ารักๆ ซักต้นสองต้นมาดูแลแก้เบื่อกันใช่มั้ยล่ะคะ แล้วยิ่งมีไม้ด่างหรือไม้เพื่อนเสริมความศิริมงคลด้วยแล้วนั้นก็ยิ่งเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถเห็นได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี่เองล่ะค่ะ ไหนจะสถานการณ์โรคระบาดอย่างโควิด 19 ด้วยหลายคนก็คงจะยิ่งมีเวลาอยู่บ้านมากยิ่งขึ้น ก็ไม่แปลกที่จะอยากจะหางานอดิเรกอะไรทำร่วมด้วยกับ Work from Home

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@markuswinkler

1.ถั่วงอก

น่าจะเป็นผักสวนครัวที่มีอายุสั้นที่สุดหากเทียบกับพืชชนิดอื่น การปลูกถั่วงอกนั้นใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 4 วันเท่านั้น และขั้นตอนการปลูกก็ทำได้ง่ายมาก

2.ผักกาดหอม

หรือผักสลัด หลังจากซื้อผักกาดหอมมาใช้แล้ว สามารถนำโคนต้นไปแช่ในชามที่มีน้ำอยู่ภายใน แล้วนำชามนั้นตั้งไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง จากนั้นเพียงไม่กี่วัน จะได้เห็นรากของมันเริ่มงอกออกมา อีกเพียงไม่กี่วันก็สามารถนำผักสลัดไปปลูกลงดินได้

3.ต้นอ่อนทานตะวัน

เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกง่ายโดยนำเมล็ดทานตะวันไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำมาโรยลงบนภาชนะที่เตรียมไว้ โดยภาชนะที่เตรียมไว้คือภาชนะสี่เหลี่ยมที่มีดินอยู่ด้านใน อย่าลืมสเปรย์น้ำให้ชุ่มก่อนจะหว่านเมล็ดลงจนทั่ว แล้วค่อยนำภาชนะอีกชิ้นมาปิด ผ่านไปประมาณ 7 วัน คุณเตรียมตัดต้นอ่อนทานตะวันมาทานได้เลย

4.โหระพา

สำหรับวิธีปลูกโหระพานั้นมีทั้งการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง หลังหว่านเมล็ดประมาณ 1 สัปดาห์ ต้นกลาจะเริ่มงอกออกมา เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบให้ย้ายกล้าลงกระถางหรือแปลงที่เตรียมไว้ได้เลย

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@thanhsoledas

5.เห็ดนางฟ้า

ใช้เวลาหลังปลูกเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น สำหรับการเพาะเห็ดนางฟ้านั้นให้เพาะในที่ร่ม โดยปลูกในภาชนะทรงสูงเช่นโอ่งเก่าๆ แล้วเททรายลงไปให้หนาประมาณ 3   นิ้ว จากนั้นนำไม้ลังมาทำเป็นทรงสี่เหลี่ยมแล้วใส่ลงไปในเรือนเพาะ จากนั้นวางตะแกรงไม้ไผ่รองพื้นก่อนนำก้อนเชื้อเห็ดเปิดจุกด้านบนวางลงไปแล้วปิดฝา คอยพรมน้ำ 3 เวลาต่อวัน

6.ต้นหอม

เป็นผักที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายเมนู ดังนั้นจะถือว่าเป็นผักติดตู้เย็นเลยก็ว่าได้ วิธีการปลูกต้นหอมนั้นง่ายมาก เพียงตัดส่วนหัวที่มีรากติดแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน ก่อนที่ยอดอ่อนจะแทงขึ้นมา เมื่อรากและยอดอ่อนของมันแทงออกมาแล้ว รอให้รากและยอดยาวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จากนั้นจึงแยกลงไปปลูกในดิน เมื่อต้นหอมโตแล้วเราก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้เลย

7.ผักชี

เราสามารถนำลำต้นของมันไปแช่น้ำ และยกภาชนะที่มีต้นผักชีตั้งไว้บริเวณที่มีแสงแดด เมื่อรากเริ่มงอก ก็นำผักชีนั้นลงกระถาง อีกประมาณ 2 สัปดาห์ ต้นอ่อนของผักชีก็จะงอกออกมา

8.คะน้า

เป็นผักอายุสั้นก้านแข็งที่นิยมรับประทานกันทั้งต้นและใบ สำหรับวิธีปลูกเพียงแค่หว่านเมล็ดลงในภาชนะที่มีดินร่วน มีแสงแดดรำไรส่องถึง ทิ้งไว้ประมาณ 7 วันก็จะได้รับประทานคะน้าต้นอ่อนๆ แล้ว

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/inetali-6612669/

9.ขึ้นฉ่าย

การเพาะขึ้นฉ่ายใช้วิธีการปลูกด้วยเมล็ด แต่ก่อนที่จะปลูกนั้นต้องนำเมล็ดปริมาณ 1 ช้อนชาผสมกับทรายประมาณ 1 ถังแล้วคลุกให้เข้ากัน แล้วนำไปหว่านลงในที่เพาะ คลุมด้วยฟางแห้ง หมั่นรดน้ำ 3 ครั้งต่อวัน แต่ไม่ควรให้น้ำขัง เมื่อกล้าขึ้นจนมีความสูงประมาณ 3-4 นิ้วให้ย้ายลงแปลงปลูก แต่ควรทำที่บังแสงให้ด้วย ผ่านไปประมาณ 40-50 วันก็สามารถเก็บขึ้นฉ่ายมารับประทานได้

10.ผักบุ้งจีน

ใครๆ ก็คงชอบรับประทานผักบุ้งจีน และมันยังเป็นพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงแค่ 20-25 วันเท่านั้น สำหรับวิธีปลูกผักบุ้งจีนคือให้นำเมล็ดผักบุ้งแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน จากนั้นห่อด้วยผ้าต่ออีกประมาณ 2 คืน เมื่อรากของผักบุ้งงอกออกมาแล้วนำลงไปปลูกในดินหลุมละ 1 เมล็ด ก่อนจะปิดปากหลุมแล้วรดน้ำ สามารถนำฟางมาคลุมหน้าดิน จากนั้นต้นผักบุ้งจะงอกออกมา แล้วเราก็สามารถตัดรับประทานได้เลย

11.กวางตุ้ง

เป็นอีกผักยอดนิยมที่สามารถทานได้ทุกส่วน แถมยังปลูกง่าย อายุเก็บเกี่ยวสั้น ทำอาหารรับประทานได้หลายเมนู สำหรับวิธีการปลูกกวางตุ้งนั้นสามารถใช้วิธีหว่านเมล็ดในแปลงปลูก หรือจะโรยเมล็ดแบบเป็นแถว ทำให้ง่ายต่อการเก็บรับประทาน โดยนำเมล็ด 1 ส่วนผสมกับทรายสะอาด 3 ส่วน แล้วหว่านให้ทั่วแปลง ก่อนจะกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเล็กน้อย จากนั้นคลุมด้วยฟางเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน รดน้ำ เมื่อต้นงอกได้ประมาณ 20 วัน ให้ถอนต้นที่เบียดๆ กันออก เน้นว่าควรหมั่นรดน้ำเพราะกวางตุ้งเป็นพืชชอบน้ำโดยเฉพาะในช่วงเติบโต

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/krzys16-1195925/

12.แตงกวา

ผักแกล้มยอดฮิตอีกหนึ่งชนิด แถมยังมีสรรพคุณมากมาย การปลูกแตงกวานั้นให้สามารถเพาะกล้าในกระถางได้ โดยใช้ดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักในอัตรา 50 : 50 แล้วขุดหลุมลึกประมาณ 1.2 เซนติเมตร จากนั้นโรยเมล็ดลงในหลุม หลุมละ 4-5 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม ก่อนจะนำไปวางตรงที่มีแดดส่องถึง เมื่อกล้าโตจนมีความสูงประมาณ 5-7 เซนติเมตร ให้เลือกต้นกล้าที่แข็งแรงลงไปปลูกในกระถางขนาดใหญ่ แล้วนำไม้มาปักเพื่อทำค้างให้แตงกวาเลื้อย แตงกวาใช้เวลาเก็บเกี่ยวหลังปลูกประมาณ 2 เดือน

13.มะระ

การปลูกมะระนั้นง่ายมาก เพียงแค่นำเมล็ดประมาณ 1-2 เมล็ดใส่ลงในกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก รดน้ำทุกวัน วันละประมาณ 1ครั้ง เมื่อต้นเริ่มงอกให้หาไม้ปักให้มันเลื้อย มะระใช้เวลาเจริญเติบโตประมาณ 45-55 วัน

14.ถั่วฝักยาว

การเตรียมดินปลูกถั่วฝักยาวนั้นให้ใช้ดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก แล้วนำเมล็ดพันธุ์โรยลงในหลุม ก่อนจะกลบแล้วรดน้ำ ในช่วงสัปดาห์แรกควรรดน้ำทุกวันๆ ละ 1 ครั้ง จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ต้นอ่อนของถั่วฝักยาวจะเริ่มงอก ปกติประมาณ 55 วันเราก็จะได้ทานฝักของถั่ว

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/senjakelabu29-9800347/

15.พริก

นำพริกแช่ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน ก่อนจะตากให้แห้ง แล้วแกะเมล็ดมาปลูก ส่วนการเตรียมดินปลูกพริกนั้นใช้ดินร่วนปนทรายผสมกับปุ๋ยหมัก ขุดหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณ ½ นิ้ว แล้วหยอดเมล็ดลงไป 3-4 เมล็ดต่อหลุม กลบดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อกล้าของพริกงอกจนมีความสูงประมาณ 6 นิ้วให้ย้ายลงไปปลูกในที่ปลูกขนาดใหญ่ขึ้น หมั่นรดน้ำพริกทุกเช้า-เย็น ใส่ปุ๋ย พรวนดิน ประมาณ 2-3   เดือนก็สามารถมีพริกไว้รับประทานได้แล้ว

เรียกได้ว่าสำหรับในช่วงโควิดนี้ที่เชื่อได้ว่าใครที่ไม่ชอบออกไหน ไม่อยากออกไปข้างนอกบ่อยๆเพื่อเลือกซื้อพืชผักเพื่อมาทานแล้วนั้น ยังไงก็ลองจดรายชื่อพืชผักสวนครัวเฟล่านี้แล้วไปลองปลูกในบ้านดูนะคะ แน่นอนว่าทุกคนก็จะไม่ต้องออกไปตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อพืชผักเหล่านี้มาทานเลยค่ะ เพราะว่าพืชผักเหล่านี้นั้นโตไว ใช้เวลาปลูกไม่นานเลย ถ้าปลูกในปริมาณที่พอเหมาะกับที่ทานเป็นปติแล้วนั้นก็เชื่อว่ายังไงก็โตทันทำหรับทานในครอบครัวได้แน่นอนล่ะค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.sanook.com