“เมล็ดเจีย” กับประโยชน์ต่อสุขภาพและวิธีทานเมล็ดเจีย

ปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจในการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้หลายคนใส่ใจในเรื่องของการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อทำให้สุขภาพและรูปร่างดี ซึ่งเมล็ดเจีย เป็นอีกหนึ่งธัญพืชที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตอนนี้ ด้วยความมากประโยชนืต่อสุขภาพ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้เมล็ดเจียเป็นวัตถุดิบสำคัญในการนำไปทำเป็นเมนูลดน้ำหนักค่ะ เรามาดูประโยชน์ของเมล็ดเจียที่มีต่อสุขภาพกันค่ะ

เมล็ดเจีย (Salvia Hispanica L) มีขนาดลำต้นสูงประมาณ 4 – 6 ฟุต สามารถปลูกได้ดีในบริเวณที่มีอากาศหนาว ปลูกกันมากในแถบทวีปอเมริกา ลักษณะของเม็ดเป็นเม็ดเล็กๆ มีเปลือกนอกที่สามารถพองตัวได้เหมือนกับเม็ดแมงลัก ในประเทศไทยพบปลูกมากในบริเวณจังหวัดลำปาง กาญจนบุรี เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับมินต์หรือกระเพรา มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโกในแถบทางตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศ และอีกที่หนึ่งคือกัวเตมาลา จากหลักฐานทางโบราณคดีได้มีการค้นพบว่า เมล็ดเจียเป็นพืชที่มีมานานแล้วกว่า 3,500 ปีก่อนสมัยคริสตกาล เดิมคืออาหารของชาวแอซเท็กโบราณ และชาวมายาที่มักจะทานกันเป็นอาหารหลักเหมือนกับอาหารธัญพืชทั่วไป โดยการทานนั้นจะเอาเมล็ดเจียมาบดรวมเข้ากันกับแป้ง คั้นน้ำออกมาใช้ดื่ม หรือเอาไว้เพื่อปรุงอาหาร

ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/mih83-464187/

คุณค่าทางอาหารของเมล็ดเจีย
– ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
– ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว ไม่ติดเชื้อจากบาดแผลง่ายๆ
– ทำให้ห่างไกลจากโรคเบาหวานประเภท 2
– ช่วยบำรุงสมองและความจำ
– ป้องกันโรคกระดูกพรุน
– ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น
– ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้เป็นปกติ
– ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น พุงไม่ป่อง ท้องไม่ผูก
– ช่วยให้อารมณ์ของเราดีขึ้น
– ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย (ช่วยให้หน้าเด็ก)

วิธีทานเมล็ดเจีย
– ทานแบบเมล็ดแห้ง โรยบนสลัด หรือจะผสมในขนมปังอบ คุ๊กกี้ (ทานเพียงเล็กน้อย ถ้าทานเยอะไปจะท้องอืด)
– ทานแบบผสมน้ำ น้ำเปล่า น้ำผลไม้ นม น้ำเต้าหู้ ชา กาแฟ เป็นต้น (ในอัตราส่วนน้ำ 1 แก้ว เมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ)
– ทานแบบ Chia Gel (เมล็ดเจียแช่น้ำได้เนื้อข้น) โรยหน้าโยเกิร์ตหรือผสมในสมูทตี้ก็เข้ากันดี
– สามารถทานได้ทั้งวัน ระหว่างมื้อ ก่อนอาหาร หรือทานเป็นมื้อเย็น แนะนำให้ทานเป็นประจำ
– ควรทานวันล่ะ 2 ช้อนโต๊ะ ช่วงควบคุมน้ำหนักทานได้ถึง 3 ช้อนโต๊ะ (เมล็ดแห้ง)

*สำหรับผู้ใหญ่ ควรบริโภคประมาณ 15 กรัม หรือ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน
*สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรบริโภคแบบป่นประมาณ 33-41 กรัม ทุกๆ 3 เดือน

ขอบคุณภาพจาก : https://pixabay.com/th/users/gutundtasty-708226/

เมล็ดเจียไม่เหมาะกับบุคคลกลุ่มต่อไปนี้
– ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในระบบกระเพาะอาหารและลำไส้
– ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคแพ้โปรตีนในธัญพืช (กลูเตน)
– ไม่เหมาะกับผู้ที่ทำศัลยกรรม และประวัติแพ้ยาแอสไพริน
– ในผู้ชาย หากรับประทานมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
– ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์
– ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
– ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ เพราะอาจทำให้ช็อกหรือหมดสติไปได้
– ไม่ควรรับประทานร่วมกับวิตามินบี17 ติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจสะสมเป็นสารพิษขึ้นในร่างกาย ก่อเกิดโรคมะเร็งได้
*กินเมล็ดเจียให้ได้ประโยชน์จัดเต็ม โดยไม่ต้องกังวลกับอาการท้องผูกและอาการท้องอืดอีกต่อไป เรื่องแบบนี้ต้องกินให้เป็น และควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้หลากหลายด้วย ไม่ใช่รับประทานเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเวลานาน จะได้สุขภาพดีอย่างแท้จริง

มากประโยชน์จริง ๆ ค่ะสำหรับเมล็ดเจียสีดำเมล็ดจิ๋ว เหมาะอย่างมากที่จะนำไปทำเมนูง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักค่ะ เพราะเมล็ดเจียเป็นธัญพืชที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ทานแล้วไม่อ้วน แถมยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดีอีกด้วยค่ะ ใครที่ต้องการลดน้ำหนักก็ลองนำเมล็ดเจียไปรังสรรค์เมนูต่าง ๆ แบบง่าย ๆ ตามใจชอบได้เลยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://hd.co.th, https://mgronline.com