สมุนไพร สับปะรด

สมุนไพร
ชื่อสมุนไพร สับปะรด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น มะขะหนัด , มะหนัด , บ่อหนัด (ภาคเหนือ) , ขนุนทอง , ย่านนัด
ย่านัด (ภาคใต้) , บักนัด (ภาคอีสาน) ลิงทอง (เพชรบูรณ์) , แนะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
แนะซะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) , หมากเก็ง (ไทยใหญ่) , ม้าเนื่อ (เขมร)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ananas comosus (L.)
ชื่อสามัญ Pineapple
วงศ์ Bromeliaceae

ถิ่นกำเนิดสับปะรด
สับปะรดมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ทางตอนกลาง และตอนใต้ของบราซิลและตอนเหนือของปารากวัย
และอาร์เจนตินาโดยชาวพื้นเมืองมักจะปลูกสับปะรดกันตามบริเวณชายฝั่งตะวันออกและตอนเหนือ
ของทวีปอเมริกาใต้ ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกของอเมริกากลาง และหมู่เกาะต่างๆ
ในแถบเวสท์อินดี้ส์ก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินเรือไปยังซีกโลกตะวันตก
สำหรับในประเทศไทยมีรายงานว่า พบสับปะรดครั้งแรกราว พ.ศ.2223-243 ซึ่งตรงกับ
สมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงมีการสันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกส ซึ่งเข้ามาติดต่อกับประเทศไทย
เป็นผู้นำสับปะรดเข้ามาและสับปะรดยุคนั้นน่าจะเป็นพันธุ์อินทรซิต หรือสับปะรดกลุ่มสแปนนิช (Spanish)

สมุนไพร
ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/pineapple-slices-fruit-vitamins-636562/

ประโยชน์และสรรพคุณสับปะรด
สับปะรดใช้รับประทานเป็นผลไม้ที่เมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกสบายท้อง ไม่รู้สึกอึดอัด หรือนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงสับปะรด
ผัดเปรี้ยวหวาน เป็นต้น หรือจะนำมาใช้แปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง ทำเป็นสับปะรดกวน ไวน์สับปะรด แยมสับปะรด
สับปะรดอบแห้ง น้ำผลไม้รวม น้ำสับปะรด น้ำส้มสายชู หรือใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ก็ได้
1. ช่วยขับเหงื่อ ห้ามเลือด
2. แก้ทางปัสสาวะ
3. ขับพยาธิ ฆ่าพยาธิ
4. แก้โลหิตระดู
5. บำรุงโลหิต
6. แก้นิ่ว
7. แก้ระดูขาว
8. เป็นยาระบาย
9. แก้หนองใน
10. ช่วยย่อยอาหาร
11. แก้ปัสสาวะพิการ (ปัสสาวะขัด) ขับปัสสาวะ
12. กัดเสมหะในลำคอ
13. แก้เสมหะเหนียว ขับเสมหะ
14. แก้ไอ
15. ระงับการอักเสบและบวม
16. ทำให้แผลหายเร็ว
17. แก้กระษัย
18. ทำให้ไตมีสุขภาพดี
19. ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
20. ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศชาย
21. ช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรน
22. ช่วยบรรเทาโรคเกาต์

รูปแบบและขนาดวิธีใช้
สำหรับการบริโภคสับปะรดที่เหมาะสมต่อวัน คือ เนื้อสับปะรด 2 ชิ้น ซึ่งจะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 100 มิลลิกรัม
สับปะรดที่ถูกแปรรูปแล้ว และอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น น้ำสับปะรด ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมักมีสารโบรมีเลนอยู่ประมาณ 500 มิลลิกรัม

สำหรับการใช้สารโบรมีเลนที่เป็นสารสกัดจากสับปะรดเพื่อผลทางการรักษา ต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น
ซึ่งแพทย์จะพิจารณาปริมาณตามความเหมาะสม (โดยปริมาณทั่วไปอยู่ที่ครั้งละ 40 มิลลิกรัม 3-4 ครั้ง/วัน)

ส่วนในขนาดการใช้ตามตำราสมุนไพรคือ แก้อาการขัดเบา ช่วยขับปัสสาวะ ใช้เหง้าสดหรือแห้งวันละ 1 กำมือ
(สดหนัก 200-250 กรัม แห้งหนัก 90-100 กรัม) ต้มกับน้ำดื่ม ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) วันละ 3 ครั้ง
ก่อนอาหาร บรรเทาอาการปวดของโรคเกาต์ โดยทานสับปะรด 1/4 ผล (ขนาดเล็ก) วันละ 2-3 ครั้ง หลังอาหาร 1 ชั่วโมงครึ่ง

 

สมุนไพร

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย มะกรูด […]

Read More
สมุนไพร

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ใบบัวบกสมุ […]

Read More
UFABET สมุนไพร

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ เขาว่ […]

Read More