สมุนไพร ทับทิม

สมุนไพร
ชื่อ ทับทิม
ชื่ออื่นๆ เซี๊ยะลิ้ว(จีน) , พิลา (หนองคาย) ,พิลาขาว ,มะก่องแก้ว (น่าน) ,มะเก๊าะ (เหนือ)
หมากจัง(แม่ฮ่องสอน) Granada (สเปน) , Darim (อินเดีย)
ชื่ออังกฤษ Pomegranate
วงศ์ PUNICACEAE
ถิ่นกำเนิดทับทิม
ทับทิมมีถิ่นกำเนิดจากตะวันออกของประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานและทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย
ทับทิมจึงชอบอากาศหนาวเย็นและอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 300 เมตร ยิ่งอากาศหนาว
เนื้อทับทิมจะมีสีแดงเข้มมากขึ้น ทับทิมคงเป็นพืชที่ได้รับความนิยมมากว่าพันปีแล้ว จึงมีการปลูกแพร่กระจาย
ไปในเขตร้อน (tropical) และกึ่งร้อน (Sub-tropical) ของทวีปเอเชีย ยุโรป รวมทั้งในทวีปแอฟริกาด้วย
พันธุ์ทับทิมเก่าแก่ที่มีการปลูกทับทิมในประเทศไทยในระยะแรกนั้น คือ พันธุ์บางปลาสร้อย ที่มีแหล่งปลูกมาก
ในแถบภาคใต้บริเวณอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียง แล้วค่อยแพร่ไปสู่จังหวัดอื่นๆ
สมุนไพร
ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/pomegranate-fruit-seeds-food-fresh-3259161/

ลักษณะทั่วไปทับทิม
รากทับทิม รากทับทิมตามธรรมชาติที่ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดจะมีระบบรากแก้ว และรากฝอย
หากขยายพันธุ์ด้วยการตอนจะมีเพียงระบบรากฝอยลำต้นทับทิม ทับทิมจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก
แต่มีอายุนานได้ถึง 100 ปี ลำต้นสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นแตกกิ่งตั้งแต่ระดับล่าง ลำต้นมีเปลือกบาง
และติดแน่นกับแก่นไม้ ผิวลำต้นมีสีเทา และเป็นมันเงา ส่วนเนื้อไม้มีลักษณะแข็ง และเหนียว ยอดหรือกิ่งอ่อนมักเป็นเหลี่ยม
และมีหนามยาว แต่หนามไม่แข็ง และไม่คมใบทับทิม ใบทับทิมจัดเป็นใบเลี้ยงคู่ แทงออกสลับใบ ใบมีลักษณะเรียวยาว
เหมือนหอก โคนใบมนแคบ ปลายใบแหลมสั้น ใบเรียบมีสีเขียวเข้ม และมันวาวจากสาร cutin ที่เคลือบไว้
ใต้ท้องใบมีสีอ่อนกว่าด้านบน และจะเห็นเส้นใบได้ชัด ใบกว้างประมาณ 1-2 ซม. และยาวประมาณ 2.5-6 ซม.
ดอกทับทิม ดอกทับทิมเป็นดอกสมบูรณ์เพศ อาจออกเป็นช่อ 3-5 ดอก หรือ เป็นดอกเดี่ยว
แทงออกบริเวณปลายยอดตรงง่ามกิ่ง ดอกมีขนาดใหญ่ ขนาดประมาณ 2-3 ซม. ดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ
มีรูปร่างคล้ายหม้อ และกลีบดอก 6 กลีบ ปลายกลีบแยกออกจากกัน ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีส้ม หรือ สีแดง
ถัดมาตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย 1 อัน และเกสรตัวผู้จำนวนมาก ดอกสามารถผสมได้ในตัวเอง
และผสมข้ามดอกจากต้นเดียวกันหรือคนละต้น มีระยะบานประมาณ 2 วันผลทับทิม ผลทับทิมมีลักษณะกลม
ขนาดผลประมาณ 8-10 ซม. เปลือกผลหนา ผิวเปลือกเกลี้ยง และเป็นมันวาว ผลสุกมีเปลือกสีเหลืองอมแดง
หรือบางพันธุ์มีสีแดงอมชมพู เมื่อสุกมาก เมล็ดด้านในจะขยายทำให้เปลือกปริแตก ภายในผลมีเมล็ดที่ถูกแบ่งเป็นช่อง
ด้วยเยื่อสีครีมอมเหลือง จำนวน 5 ช่อง แต่ละช่องมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีเนื้อหุ้มที่ฉ่ำด้วยน้ำหวาน รูปทรงสี่เหลี่ยม
เนื้อนี้ใช้รับประทาน มีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อเมล็ดที่ยังไม่สุกมีสีขาวอมชมพู และเมื่อผลสุกจะมีสีชมพูอมแดง
หรือแดงเข้ม ส่วนเมล็ดที่เอาเนื้อออกแล้วจะมีลักษณะยาวรี ทั้งนี้ หลังจากติดผลจนถึงผลแก่เต็มที่
จะใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน

ประโยชน์และสรรพคุณทับทิม
1. น้ำทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสิทธิภาพสูงมากสามารถลดภาวะการแข็งตัว
ของเลือดจากไขมันในเลือดสูง
2. บรรเทาโรคโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
3. ช่วยเพิ่มพลังและความงาม
4. ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงและช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น
5. แก้ท้องเสีย แก้บิด ปิดธาตุ
6. แก้แผลพุพองเน่าเปื่อย ห้ามเลือด
7. แก้ตกขาว
8. แก้หิด กลาก
9. ช่วยในการสมานแผล
10. ช่วยขับพยาธิ ขับพยาธิเส้นด้าย ไส้เดือน ตัวตืด
11. แก้ตานขโมย
12. แก้เจ็บในคอ
13. แก้โรคลักปิดลักเปิด
14. บำรุงกระเพาะอาหาร
15. ทำให้เจริญอาหาร
16. แก้ปวดกระเพาะอาหาร
17. แก้จุกแน่นอาหารไม่ย่อย
18. แก้ปวดเอว
19. เป็นยาบำรุงกำลัง
20. แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้เลือดกำเดา
21. โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
22. ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
23. รักษาโรคอ้วน
24. ช่วยต้านโรค HIV

ทับทิม เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากอุดมไปด้วยสารสกัดที่มีประโยชน์ มากมาย
ซึ่งสารสกัดสำคัญที่พบในทับทิมคือ สารประกอบฟีนอลิก มีสรรพคุณในการต้านมะเร็งหลายชนิด
เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม ลดการอักเสบและการแพ้ ยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
ชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ รักษา อาการท้องเสีย และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นจึงช่วยชะลอ
ความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่นิยมบริโภคใน รูปของน้ำทับทิม ซึ่งน้ำทับทิม
มีสรรพคุณช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด ลดระดับกลูโคสในผู้ป่วยเบาหวาน จึงนับได้ว่า
ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างแท้จริง

รูปแบบและขนาดวิธีใช้ทับทิม
• การถ่าย และกำจัดพยาธิ ให้ใช้เปลือกลำต้นหรือราก 1-2 กำมือ นำมาต้มเคี่ยวนาน 2-3 ชั่วโมง
แล้วดื่มก่อนอาหารทุกวัน วันละ 3 ครั้ง นาน 5-7 วัน ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลม ได้ผลดี
• ใช้เปลือกสดของราก , ต้น ที่เก็บใหม่ๆ 60 กรัม หรือประมาณ 1/2 กำมือ เติมกานพลูหรือกระวานลงไปเล็กน้อย
เพื่อแต่งรส ต้มกับน้ำ 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซี.ซี.)
หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง รับประทานยาถ่าย เช่น ดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะตาม ควรอดอาหารก่อนรับประทานยา
• รักษาท้องร่วง ท้องเสีย ให้นำรากหรือลำต้นมาต้มเคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง ก่อนดื่มวันละ 3-4 ครั้ง
หลังเกิดอาการท้องเสีย และดื่มติดกัน 1-2 วัน จนกว่าอาการจะหาย
• ยาแก้ท้องร่วง ท้องเดิน (ไม่ใช่บิด หรือ อหิวาตกโรค) ใช้เปลือกผล ตากแดดให้แห้ง ประมาณ 1/4 ของผล
ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสให้ข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง หรือต้มกับน้ำปูนใส แล้วดื่มน้ำที่ต้มก็ได้
• บิด (มีอาการปวดเบ่ง และมีมูก หรืออาจมีเลือดด้วย)ใช้เปลือกผลแห้งของทับทิม ครั้งละ 1 กำมือ (3-5 กรัม)
ต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง อาจใช้กานพลูหรืออบเชยแต่งกลิ่นให้น่าดื่มก็ได้

อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าเราควรกินน้ำทับทิม หรือสารสกัดจากทับทิมในปริมาณเท่าไหร่
ถึงจะเหมาะสมมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น อายุ สุขภาพ และปัจจัยอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องกิน
สารสกัดจากทับทิมคุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือกินตามปริมาณที่ติดตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆจะดีที่สุด

สมุนไพร

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย มะกรูด […]

Read More
สมุนไพร

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ใบบัวบกสมุ […]

Read More
UFABET สมุนไพร

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ เขาว่ […]

Read More