สมุนไพรกระเทียม

ชื่อสมุนไพร กระเทียม
ชื่ออื่นๆ หัวเทียม (ภาคใต้) ,หอมเตียม (ภาคเหนือ) , กระเทียมขาว หอมขาว (อุดรธานี)
ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง) ,ผักหมี่ขาว ผักหมี่หอ (ไทยใหญ่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn
ชื่อพ้อง Languas galangal (Linn.) Stuntz.
ชื่อสามัญ Garlic , common garlc.
วงศ์ ALLIACEAE

ถิ่นกำเนิดกระเทียม
กระเทียมนี้เป็นที่รู้จักกันมานาน กว่า 6,000 ปีมาแล้ว ดั้งเดิมกระเทียมเป็นพืชสมุนไพรของเอเชียกลาง
ต่อมากลายเป็นอาหารประจำโต๊ะของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในแถบเมดิเตอเรเนียนและกลายเป็นสมุนไพรชูรสในเอเชีย
แอฟริกาและยุโรปบางประเทศ ในสุสานตุตันคะเมนก็พบดินปั้นเป็นหัวกระเทียมวางอยู่ด้วย บางประเทศโดยเฉพาะ
ประเทศยุโรปตะวันออกเชื่อว่า กระเทียมใช้กันผีเข้าบ้านด้วย และที่หนีไม่พ้นก็คือประชาชนในหลาย ๆ
ประเทศใช้กระเทียมเป็นยากระตุ้น กำหนัดหรือยาโป๊วด้วยการบริโภคกระเทียมเพิ่งจะแพร่ไปถึงสหรัฐอเมริกา
ในตอนหลังของศตวรรษที่ 20 นี่เอง แต่ปัจจุบันก็กลายเป็นเครื่องปรุง อาหารหลักในครัวเสียแล้ว
ปีหนึ่ง ๆ มีผู้บริโภคกระเทียมมากกว่า 200 ล้านตันทีเดียว ที่เมืองกิลรอย (Gilroy) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ได้พยายามยกฐานะเมืองนี้ให้เป็น “นครกระเทียมโลก” โดยการจัดงานกิลรอยการ์ ลิกเฟสต วัลในฤดูร้อนของทุกปี
การสำรวจความเห็นประชาชน 2,000 คน เมื่อปี พ.ศ. 2548 ผลปรากฏวากระเทียมเป็นสิ่งที่ชาวบ้านนิยม
นำไปปรุงอาหารที่อันดับที่ 6 ทีเดียว ในประเทศไทยปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
แต่กระเทียมที่มีชื่อเสียงว่าเป็นกระเทียมคุณภาพดี กลิ่นฉุน ได้แก่กระเทียมจากจังหวัดศรีสะเกษ

สมุนไพร
ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/garlic-vegetable-garden-garden-2097759/

ลักษณะทั่วไปกระเทียม
• รากกระเทียม และหัวกระเทียม มีระบบรากเป็นรากฝอย สีขาวขุ่น แผ่กระจายในแนวดิ่งลงลึกประมาณ 20-30 ซม.
กระเทียม เป็นพืชล้มลุกใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นเป็นหัว (bulp) ในดิน มีลำต้นเทียมที่เป็นใบ สูงประมาณ 30-60 ซม.
แตกออกเฉพาะกลีบหลัก หัวใต้ดินที่เป็นลำต้นประกอบด้วยกลีบเล็กๆหลายกลีบเรียงซ้อนกันแน่น ประมาณ 4-15 กลีบ
แต่ละกลีบประกอบด้วยเปลือกหุ้มที่แยกออกจากกันได้ กลีบ 1 กลีบสามารถนำไปปลูกได้หนึ่งต้นส่วนปลายกลีบ
มีลักษณะแหลมเป็นที่เกิดของใบ
• หัวกระเทียม ที่ประกอบด้วยกระเทียมหลายกลีบจะมีเปลือกหุ้มกลีบทั้งหมดเอาไว้อีก ชั้นกลีบหุ้มนี้มีหลายสี
อาทิ สีขาว สีชมพู สีม่วง ส่วนมากเป็นสีขาว และสีขาวอมสีอื่นๆ โดยหัวกระเทียมมีลักษณะกลมแป้นหรือกลมรี
แตกต่างกันตามสายพันธุ์ หัวกระเทียมที่ประกอบด้วยหลายกลีบจะมีเพียงลำ ต้นเดียวที่แตกออกจากต้นหลัก
ส่วนกลีบอื่นจะเป็นกลีบที่เติบโตหลังการปลูก ซึ่งจะไม่แตกใบ แต่จะแตกใบเป็นลำต้นเมื่อนำกลีบจากหัวมาแยกปลูก
• ใบกระเทียม เป็นส่วนที่เรียกว่า ลำต้นกระเทียม โดยใบจะเกิดจากการนำกลีบมาปลูก ใบประกอบด้วยโคน
ใบที่เป็นเปลือกหุ้มหัว ถัดมาเป็นก้านใบ และแผ่นใบ โดยแผ่นใบมีลักษณะแบนเรียบ ยาวประมาณ 30-60 ซม.
กว้างประมาณ 1-2.5 ซม. ปลายใบแหลม กระเทียม 1 หัว จะให้ใบประมาณ 14-16 ใบ
• ดอกกระเทียม มีลักษณะเป็นช่อ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ แทงออกบริเวณตรงกลางของหัว มีก้านดอกยาว
เท่าความสูงของใบ ดอกอ่อนมีใบประดับเป็นแผ่นห่อหุ้มดอก ด้านในประกอบด้วยดอกย่อยมีขนาดเล็ก
แต่ละดอกมีกลีบดอก 6 กลีบ ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร ด้านในประกอบด้วยดอกย่อยมีขนาดเล็ก
กลีบดอกมี 6 อัน สีชมพู ด้านในมีเกสรตัวเมีย 1 อัน เกสรตัวผู้ 6 อัน
• ผลเมล็ดกระเทียม มีขนาดเล็กมาก มีลักษณะทรงกลม มี 3 พู ผลแก่สามารถใช้ขยายพันธุ์ได้
ซึ่งโดยทั่วไปการปลูกกระเทียมในประเทศไทยมักไม่ออกดอกหรือติดเมล็ด เนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เหมาะสม

ประโยชน์และสรรพคุณกระเทียม
1. เป็นยาขับลม
2. แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
3. แก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย
4. ขับเสมหะ ขับเหงื่อ
5. ช่วยลดไขมัน
6. รักษาปอด แก้ปอดพิการ
7. แก้อุจจาระเป็นมูกเลือด
8. เป็นยาบำรุงธาตุ กระจายโลหิต
9. ช่วยขับปัสสาวะ
10. แก้บวมพุพอง
11. เป็นยาขับพยาธิ
12. แก้ตาปลา
13. แก้ตาแดง น้ำตาไหล ตาฟาง
14. รักษาโรคลักปิดลักเปิด
15. รักษามะเร็งคุด
16. รักษาริดสีดวง
17. แก้ไอ แก้สะอึก
18. บำบัดโรคในอก แก้พรรดึก
19. รักษาฟันเป็นรำมะนาด
20. แก้หูอื้อ
21. แก้อัมพาต ลมเข้าข้อ
22. ลดความดันโลหิต

รูปแบบและวิธีการใช้กระเทียม
ปริมาณการรับประทานกระเทียมที่เหมาะสมต่อวัน ผู้ใหญ่ ควรรับประทานกระเทียมสด 4 กรัมต่อวัน
หากเป็นผงกระเทียมแห้งหรือแบบสกัด ควรรับประทานประมาณ 300 มิลลิกรัม เป็นเวลา 2-3 ครั้งต่อวัน
ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

การใช้กระเทียมรักษาอาการแน่นจุกเสียด
• นำกระเทียม 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เกลือและน้ำตาลนิดหน่อย ผสมให้เข้ากัน
กรองเอาเฉพาะน้ำดื่ม
• นำกระเทียมมาปอกเปลือก นำเฉพาะเนื้อใน 5 กลีบมาซอยให้ละเอียด รับประทานกับน้ำหลังอาหารทุกมื้อ
แก้ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย

การใช้กระเทียมรักษากลาก เกลื้อน
• นำกระเทียมมาขูดให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดให้แหลก พอกที่ผิวหนัง แล้วปิดด้วยผ้าพันแผลไว้นานอย่างน้อย 20 นาที
จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำซ้ำเช้าเย็นเป็นประจำทุกวัน
• ขูดผิวหนังส่วนที่เป็นเกลื้อนให้พอเลือดซึมด้วยใบมีด แล้วใช้กระเทียมสดทา ทำเช่นนี้ทุกวัน 10 วันก็จะหาย

การใช้กระเทียมแก้ปวดฟัน
• นำหัวกระเทียม 1 กลีบ ปอกเปลือกออกแล้วนำมาตำจนละเอียด ขณะที่ตำให้ใส่เหลือไปด้วยสักเล็กน้อย
แล้วนำไปพอกหรืออุดไว้บริเวณฟันที่ปวดบิด
• นำหัวกระเทียม 12-15 กลีบ ปอกเปลือก รับประทานดิบๆ วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารอาจใช้น้ำผึ้งหรือน้ำตาลอ้อย
ช่วยกลบรสเผ็ดของกระเทียมก็ได้

การใช้รักษาแผลที่เน่าเปื่อยและเป็นหนอง
• นำหัวกระเทียม 1 หัว มาปอกเปลือกแล้วตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผล โดยพอกทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที
จึงเอาออกแล้วทำความสะอาดแผลหรือจะนำกระเทียมที่ตำแล้วไปแช่ในน้ำอุ่นและปิดฝาทิ้งเอาไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
จึงกรองเอาน้ำมาใช้ล้างแผล ก็ได้ผลดีเช่นกัน

การใช้ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตหรือเพื่อรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจและสมองตีบตัน
• กินกระเทียมสดครั้งละ 5 กรัม โดยสับหรือบดตวงได้ราว 1 ช้อนชาพูน กินพร้อมอาหารวันละ 3 เวลา
อย่ากินกระเทียมตอนท้องว่าง เพราะจะระคายเคืองต่อกระเพาะ ลำไส้ ในกรณีต้องการกินเป็นประจำ
เพื่อป้องกันเบาหวาน และขจัดพิษสารตะกั่ว
• นำกระเทียมกลีบใหญ่ ๆ เพียง 3 กลีบ ทุบให้แตก กลืนกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ทุก ๆ เช้าหลังตื่นนอน
น้ำอุ่นจะช่วยไม่ให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะขนาดและวิธีใช้สำหรับแก้ไอ
• นำกระเทียม และขิงสดอย่างละเท่ากันตำละเอียด ละลายน้ำอ้อยสด คั้นเอาน้ำจิบแก้ไอ กัดเสมหะ
ทำให้เสมหะแห้ง ตำรายาไทยบางตำรับให้คั้นกระเทียมกับน้ำมะนาวเติมเกลือใช้จิบหรือกวาดคอ

สมุนไพร

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย

มะกรูด สมุนไพรคู่ครัว พืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย มะกรูด […]

Read More
สมุนไพร

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

“บัวบก” สมุนไพรพื้นบ้านเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ใบบัวบกสมุ […]

Read More
UFABET สมุนไพร

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ

มะระขี้นก พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ขมเป็นยา ดีต่อสุขภาพ เขาว่ […]

Read More