เกษตร

รมว.เฉลิมชัย เตรียมแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ ในการผลิตน้ำประปาในเขต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ
และความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ ณ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำต้นทุน
ในการผลิตน้ำประปาในเขต อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณอ่างเก็บน้ำ

อย่างไรก็ตาม จากปริมาณความต้องการน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งแหล่งเก็บกักน้ำที่นำมาใช้ประโยชน์ได้
มีปริมาณไม่เพียงพอ อีกทั้งการนำน้ำท่ามาใช้ประโยชน์น้อยกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยกรมชลประทาน จึงมีแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งเก็บกักน้ำและเพิ่มศักยภาพการจ่ายน้ำของแหล่งน้ำให้มากขึ้น
เพิ่มปริมาณการสูบใช้น้ำจากน้ำท่าให้มากขึ้น และเพิ่มปริมาณการใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่น ๆ เช่น น้ำใต้ดิน น้ำบาดาล น้ำทะเล
หรือน้ำจากนอกพื้นที่ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาแหล่งน้ำดังกล่าว ให้มีปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค

เกษตร

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พ.ย. 64) มีปริมาณน้ำ 4.13 ล้าน ลบ.ม. (99.7%)
คาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะมีปริมาณน้ำ 3.20 ล้าน ลบ.ม. โดยมีแผนจ่ายน้ำช่วงฤดูแล้ง 2565 ได้แก่ แผนจ่ายน้ำ
ให้การประปาส่วนภูมิภาค เฉลี่ย 12,000 ลบ.ม./วัน ทุกวันตลอดปี เนื่องจากยังไม่มีแหล่งน้ำดิบอื่น
และแผนจ่ายน้ำให้เทศบาลตำบลฉลอง เฉลี่ย 3,000 ลบ.ม./วัน ซึ่งคาดว่าจะเพียงต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่
ณ ขุมน้ำวัดฉลอง หมู่ที่ 6 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยกล่าวว่า จากการประเมินการเจริญเติบโตของจังหวัดภูเก็ต
จากการเปิดเมืองและการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีมากยิ่งขึ้น จะต้องมีปริมาณน้ำต้นทุนที่จะใช้ประมาณ 80 ล้าน ลบ.ม.
ซึ่งขณะนี้แหล่งน้ำทั้งหมดในจังหวัดภูเก็ต ยังมีไม่ครบ มีประมาณ 76 ล้าน ลบ.ม. แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่
อย่างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะแห่งนี้จะมีการเสริมสันโดยใช้ฝายพับได้ ซึ่งจะได้น้ำอีกประมาณ 4 แสน ลบ.ม. มีการขยายเหมืองต่าง ๆ
ที่มีอยู่ประมาณ 100 กว่าแห่ง มีการทำแก้มลิง มีการทำระบบส่งน้ำโดยใช้ระบบท่อไปให้กับพี่น้องประชาชน

เกษตร

อีกทั้งยังมีการประสานงานกับทางจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนให้ใช้น้ำจากฝนธรรมชาติ
ส่วนในหน้าแล้งให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานดำเนินการ จึงขอให้ความมั่นใจได้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการ
ให้น้ำเพียงพอกับคนภูเก็ตทั้งหมด พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามา และนอกจากการพัฒนาในเรื่องแหล่งน้ำแล้ว
ควรจะมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ แก่พี่น้องประชาชนด้วย ทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย สันทนาการ รองรับนักท่องเที่ยว
ที่มาดูความสวยงามและความสะดวกสบายจากการมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งจะประสานกับการปกครองส่วนท้องถิ่น
และเทศบาล ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทั้งในเรื่องของเส้นทาง และห้องน้ำ เป็นต้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวสบายใจ
ว่าคนที่มาท่องเที่ยวจะมีสาธารณูปโภครองรับ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี” ดร.เฉลิมชัย กล่าว