เกษตร

รมว.เกษตรฯ นำทีมติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ จ.อำนาจเจริญ

9 ต.ค. 2564 รมว.เฉลิมชัย นำทีมติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ จ.อำนาจเจริญ วางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ
หากแล้วเสร็จ จะทำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ไร่
และเพิ่มศักยภาพผลผลิตทางการเกษตร

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามงานตามนโยบายสำคัญในพื้นที่
จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2564

เกษตร

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังติดตามการบริหารจัดการน้ำจังหวัดอำนาจเจริญ
และแผนโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดอำนาจเจริญ ณ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน (บริเวณสวนพุทธอุทยาน อำนาจเจริญ)
ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ว่า ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่มีอ่างเก็บน้ำ5 แห่ง
(อ่างฯพุทธอุทยาน, อ่างฯห้วยโพธิ์, อ่างฯร่องน้ำซับ, อ่างฯห้วยสีโท และเขื่อนลำเซบาย) มีความจุอ่างรวมกันประมาณ 49.98 ล้าน ลบ.ม.
ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกัน 49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุอ่างรวมกัน จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำต้นทุนดังกล่าว
ไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตร และมีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานเพียง 35,491 ไร่ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน
จะไม่สามารถทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้ง และเมื่อถึงช่วงฤดูน้ำหลากจะเกิดท่วมซ้ำซากในเขตอำเภอหัวตะพาน
และอำเภอเมืองริมฝั่งลำเซบาย และลำห้วยปลาแดก

เกษตร

กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จึงได้วางแผนดำเนินโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน – อ่างเก็บน้ำห้วยโพธิ์
ประกอบด้วย งานปรับปรุงอ่างฯ พุทธอุทยาน ด้วยการขุดลอกอ่างฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำได้มากขึ้น 3.2 ล้าน ลบ.ม.
งานปรับปรุงฝายพับได้ช่วยเพิ่มความจุได้อีก 2.6 ล้าน ลบ.ม. และอาคารประกอบ 26 แห่ง ในส่วนของงานปรับปรุงอ่างฯ ห้วยโพธิ์ จะขุดลอกอ่างฯ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำมากขึ้นอีก 1.3 ล้าน ลบ.ม. งานปรับปรุงฝายพับจะช่วยเพิ่มความจุได้อีก 1 ล้าน ลบ.ม.
และอาคารประกอบ 9 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินโครงการคลองผันน้ำพุทธ-โพธิ์ ความยาว 3,100 เมตร หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ
จะทำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ไร่ และยังช่วยเพิ่มศักยภาพผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

“กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นที่พึงของเกษตรกร และได้สั่งการให้กรมพัฒนาที่ดิน ขุดสระเก็บน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่
โดยในปีนี้จะเร่งรัดอนุมัติงบประมาณให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่เตรียมการไว้ ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน
เพื่อพัฒนาพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานของกรมชลประทาน ดังกล่าวไปด้วยกัน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาแก้มลิงลำเซบาย ซึ่งประกอบไปด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่
1. แก้มลิงลำเซบาย พร้อมอาคารประกอบ บริเวณบ้านน้ำปลีก ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ มีความจุ 76,000 ลบ.ม.
2. แก้มลิงห้วยปลาแดก (ตอนล่าง) พร้อมอาคารประกอบ บริเวณบ้านโคกท่าโพธิ์ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน ทีความจุ 70,000 ลบ.ม.
3. แก้มลิงหนองสามขา พร้อมอาคารประกอบ บริเวณตำบลรัตนวารี อำเภอหัวตะพาน มีความจุ 128,000 ลบ.ม.
4. แก้มลิงหนองหาร พร้อมอาคารประกอบ บริเวณบ้านสร้างถ่อนนอกน้อย ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน มีความจุ 75,000 ลบ.ม.
5. แก้มลิงหนองกว้าง พร้อมอาคารประกอบ บริเวณบ้านคำน้อย ตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน มีความจุ 180,000 ลบ.ม. และ
6. แก้มลิงหนองหวาย พร้อมอาคารประกอบ บริเวณบ้านจิกดู่ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน มีความจุ 170,000 ลบ.ม.
หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน