เกษตร

‘รมช.มนัญญา’ ลุยเมืองกาญฯ เปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรค LSD เฝ้าระวังเข้มลดการแพร่เชื้อในโคกระบือ

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบาย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และให้การช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด
ของโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวิวัตห์ชัย พันธุ์วารองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
นายพจน์ภิรัชต์ เนียมจุ้ย รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยมี ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายยศวัฒน์ มาไพศาลสินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 3
หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกร ให้การต้อนรับ โดยช่วงเช้าเดินทางไปยังฟาร์มโคขุนน้อยการเกษตร
ต.หนองลาน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อมอบสิ่งของเวชภัณฑ์ น้ำยาฆ่าเชื้อและยากำจัดแมลง ให้กับเกษตรกร
สมาชิกสหกรณ์ จำนวน 70 ชุด และชมการสาธิตการดูแลฟาร์มเพื่อป้องกันการระบาดของโรคลัมปี สกิน
ในโค กระบือโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี

เกษตร

จากนั้นช่วงบ่ายเดินทางไปยังโรงเรียนชาวนาบ้านหนองทราย ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวนจ.กาญจนบุรี เพื่อมอบสิ่งของเวชภัณฑ์
น้ำยาฆ่าเชื้อและยากำจัดแมลง ให้กับเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์จำนวน 20 ชุด และชมการสาธิตการดูแลฟาร์ม
เพื่อป้องกันการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี

รมช.มนัญญา กล่าวว่า โรคลัมปี สกินเป็นโรคอุบัติใหม่ในโค กระบือ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันได้ประสานกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
ให้การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560
ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายใด ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน ขอให้ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ
หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง

เกษตร

“นายกรัฐมนตรีฯ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ซึ่งได้กำชับให้กระทรวงเกษตรฯ
เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบืออย่างเร่งด่วน แม้จ.กาญจนบุรีจะยังไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ดียังคงต้องเฝ้าระวัง
อย่างต่อเนื่องเพราะยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้ออยู่ ซึ่งได้มีการป้องกันทางชายแดน โดยจะเร่งจัดสรรวัคซีนให้เพียงพอ
ขอยืนยันและสร้างความมั่นใจว่าโรคดังกล่าวหากโคกระบือรักษาหายแล้ว สามารถรับประทานเนื้อได้” รมช.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า จ.กาญจนบุรีได้มีมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน
ไม่ให้มีการแพร่ระบาดออกไปในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี ให้ทำการเฝ้าระวังพร้อมทั้ง
ให้ความรู้สร้างความเข้าใจในการป้องกันการแพร่ระบาดการพ่นยากำจัดแมลงดูดเลือด ถือเป็นพาหะภายในฟาร์ม
และการรักษาบรรเทาอาการให้กับสัตว์ที่ติดเชื้อในเบื้องต้นแก่เกษตรกรที่เลี้ยงโคและกระบือ พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือแก่เกษตรกร
ที่ได้รับผลกระทบตามมาตรการการช่วยเหลือของทางภาครัฐอย่างเต็มที่ และมุ่งหวังว่ากิจกรรมในวันนี้ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค
กระบือได้ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกันรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกินในโคและกระบือ
เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดขยายวงกว้างต่อไป ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือ
ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และยังเป็นการกำหนดมาตรการแนวทางรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกินในโคและกระบือ
เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดต่อไป

เกษตร

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรีมีเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือทุกอำเภอ จำนวน 14,272 ราย มีจำนวนโค กระบือรวม 319,371 ตัว
ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2564 มีจำนวนโคป่วยสะสมด้วยโรคลัมปี สกิน 706 ตัวสามารถรักษาจนหายป่วยแล้ว 110 ตัว
ในส่วนของอำเภอท่ามะกา ปัจจุบันมี โคป่วยทั้งหมด 87 ตัว และหายป่วยแล้ว 17 ตัว คงเหลือป่วยอยู่ 70 ตัว อำเภอพนมทวน
ปัจจุบันมีโคป่วยทั้งหมด 234 ตัว และหายป่วยแล้ว 1 ตัว คงเหลือป่วยอยู่ 233 ตัว หากโรคลัมปี สกินยังมีการระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง
จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือในพื้นที่อำเภอท่ามะกาเป็นอย่างมาก