มารู้จักกับ Taco อาหารต้นตำหรับสไตล์เมกซิกันที่น่าลอง!!

โดยปกติแล้วถ้าพูดถึงอาหารฝรั่งแล้วล่ะก็ คงจะหนีไม่พ้น พวกชีสเบอร์เกอร์ ฮอทดอก หรือจะเป็นเบรคฟาส ที่มีเบคอน แฮม ไข่ อะไรประมาณนี้อยู่แล้ว แต่ว่านะคะ อาหารที่เราๆ นึกภาพมานั้นเป็นอาหารสไตล์อเมริกัน ซึ่งแน่นอนค่ะว่าอาหารเหล่านี้ในไทยนั้นก็หาทานได้ไม่ยาก หรือจะทำกินเองก็ยังได้ แต่ก็ยังมีอาหารที่คนอเมริกันนิยมทานมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นจุดกำเนิดของอาหารเหล่านั้นเช่นกันค่ะ เช่น ทาโก้(Taco) ซึ่งทาโก้แน่นอนค่ะว่าทาโก้เองนั้นก็เป็นหนึ่งในอาหารสไตล์ฝรั่งที่น่าลองเช่นกัน

หลังจากที่ร้านอาหารจานด่วนชื่อดังสัญชาติอเมริกันแบรนด์ใหม่ล่าสุดมาเปิดขยายสาขาในบ้านเราเป็นครั้งแรก จนสร้างปรากฏการณ์ต่อแถว (อีกแล้ว) เชื่อว่าหลายคนคงต้องแอบสงสัยกันบ้างล่ะว่า คำว่า “ทาโก้” (Taco) ชื่อร้านที่พูดถึงบ่อยๆ นั้นคืออะไรกันนะ วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันค่ะ

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@lottiegriffiths

1. ตอร์ติญา (Tortilla)

ก่อนจะไปเรื่องทาโก้คงต้องมารู้จักกับตอร์ติญากันก่อน เพราะตอร์ติญาคือส่วนประกอบหลักของทาโก้

ตอร์ติญาเป็นแผ่นแป้ง (บ้างก็จัดว่าเป็นขนมปังประเภท Flatbread) ทำจากแป้งสาลีหรือแป้งข้าวโพดผสมน้ำแล้วอบ กล่าวกันว่าคำนี้มาจากภาษาสเปน แปลว่า “เค้กชิ้นเล็ก” (Small Cake) เดิมทีตอร์ติญาทำจากเมล็ดข้าวโพดพันธุ์พื้นเมืองตากแห้ง และเป็นหนึ่งในอาหารหลักของชาวแอซเท็ก (Aztec) ชนเผ่าโบราณที่อาศัยบริเวณตอนกลางของเม็กซิโกระหว่างศตวรรษที่ 14-16 มาช้านาน จนต่อมาเริ่มมีการทำตอร์ติญาจากแป้งสาลีเนื่องจากมีความนุ่มหอมไม่แตกหักสามารถทำอาหารได้หลากหลาย ขณะที่ข้าวโพดจะทำให้ได้แป้งที่กรอบอร่อยก็จริงแต่กลับเปราะเกินไป ทำให้ช่วงหลังๆ แป้งสาลีจึงมาแรงแซงโค้งกว่า แต่ใช่ว่าตอร์ติญาข้าวโพดจะไม่ได้รับความนิยม เพราะยังมีอาหารที่ชาวสเปนชื่นชอบในชื่อ “ทาโล” (Talo)

นอกจากนี้ยังมีตอร์ติญาชิปส์ (Tortilla Chips) แผ่นข้าวโพดสามเหลี่ยมชิ้นเล็กกรุบกรอบเคี้ยวเพลินที่กินกันเป็นอาหารว่าง ร่วมด้วยนาโชส์ (Nachos) ซึ่งก็คือตอร์ติญาชิปส์ที่เพิ่มท็อปปิงด้วยซอสและชีสยืดๆ ให้อร่อยถึงใจยิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@jarritos

2. ทาโก้ (Taco)

แม้ทาโก้จะเป็นที่รู้จักและนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของชาวเม็กซิกัน แต่ต้นกำเนิดของเมนูนี้ไม่ได้นานขนาดนั้น เพราะความอร่อยน่าจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 18 นี้เอง

จริงๆ แล้วที่มาของทาโก้มีหลากหลายสำนวนให้อ่าน บ้างก็ว่ามาจาก “Tlahco” ในภาษาของชาวแอซเท็กที่แปลว่า “ตรงกลาง” แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าคำว่าทาโก้เริ่มต้นในยุคตื่นทองและเป็นคำศัพท์ของคนขุดเหมือง เพราะคำนี้จะหมายถึงกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ใช้ห่อดินปืนก่อนจะโยนเข้าไปในอุโมงค์เพื่อระเบิดหิน และเมื่อดูจากลักษณะและความหมายก็ดูจะเข้าเค้า เพราะทาโก้ก็คือแผ่นแป้งตอร์ติญากลมๆ ที่นำมาพับก่อนบรรจงห่อไส้ต่างๆ ตั้งแต่เนื้อสัตว์ไปจนถึงผัก ทาโก้ในยุคแรกจะนิยมใส่ปลาตัวเล็กตัวน้อย ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสตูเนื้อประจำบ้านที่ถูกห่อลงไปแทนจากความคิดของแม่บ้านยุคใหม่เนื่องจากสะดวกต่อการพกพา อารมณ์เดียวกับข้าวกล่องอย่างไรอย่างนั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นทาโก้หลากหลายไส้แบบไร้ขีดจำกัด

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@bite_size01

3. บูร์ริโต (Burrito)

อีกหนึ่งเมนูห่อสอดไส้ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่ทำให้บูร์ริโตมีความแตกต่างจากทาโก้ก็อยู่ที่วิธีการห่อให้เป็นรูปทรงกระบอกแบบปิดผนึก

คำว่าบูร์ริโตมาจากคำว่า “Burro” ในภาษาสเปน แปลว่า “ลาตัวเล็กๆ” ทำให้ต้นกำเนิดของบูร์ริโตถูกตีความไปได้อย่างหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ว่ามาจากพ่อค้าที่ชื่อว่าฮวน เมนเดส (Juan Mendez) ที่พยายามรักษาความร้อนของอาหารระหว่างเดินทางไกลโดยใช้แป้งตอร์ติญาห่อเป็นทรงกระบอกแล้วบรรทุกบนหลังลา บ้างก็บอกว่าที่เรียกบูร์ริโตเป็นเพราะว่ารูปร่างห่อม้วนเหมือนหูลาต่างหาก เรื่อยไปจนถึงเมนูนี้มันอร่อยมากๆ จนขายหมดบนหลังลา (รถขายอาหารบรรทุกลาลาก) ถึงจะถูกต้อง

ชาวเม็กซิกันจะนิยมทำบูร์ริโตด้วยการสอดไส้เพียงแค่เนื้อสัตว์กับถั่ว แต่ในเวอร์ชันเท็กซัสเม็ก (Tex-Mex เท็กซัส-เม็กซิกัน) จะเติมข้าวผัดลงไปด้วย ร่วมด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว ซัลซา กัวกาโมเล ชีส และซาวร์ครีม

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@davey_gravy

4. เกซาดิยา (Quesadilla)

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูสอดไส้ที่ใครๆ มักเรียกกันว่าพิซซาเม็กซิกัน

แน่นอนว่าเกซาดิยาต้องประกอบด้วยแป้งตอร์ติญาเหมือนทุกเมนูที่กล่าวมา แต่สิ่งที่เพิ่มมาก็คือ “ชีส” (Queso) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ กล่าวกันว่าเกซาดิยามาจากชาวสเปนที่อาศัยอยู่ในเม็กซิโกช่วงยุคอาณานิคมที่พยายามจะปรุงอาหารด้วยการใช้ชีส ไก่ และแป้ง จนออกมาเป็นตอร์ติญาที่สอดไส้ด้วยชีสและไก่ก่อนจะพับสอดไส้ลงมาให้เป็นรูปครึ่งวงกลม ก่อนที่ไส้ต่างๆ จะถูกเพิ่มเติมมาตามความชอบ ที่สำคัญเกซาดิยาในรูปแบบของหวานก็ดีงามไม่แพ้กัน เพราะใครจะเชื่อว่าแป้งตอร์ติญาจะเข้าคู่กับซอสช็อกโกแลตและคาราเมลได้อย่างไม่มีที่ติ!

สำหรับเจ้าทาโก้นั้นเรียกได้เลยว่า เป็นอาหารที่ไม่ได้นิยมทานเพียงแค่สำหรับคนเมกซิกันเพียงเท่านั้น แต่บรรดาเพื่อนบ้านแถบๆเมกซิกันนั้นก็นิยมทานไม่แพ้กันเลยล่ะค่ะ และด้วยรูปลักษณ์ รสชาติ ของทาโก้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าทาโก้นั้นถึงนิยมได้มาจนถึงประเทศไทยได้ พออ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนที่เพิ่งได้รู้จักกับ ทาโก้แล้วก็คงอยากลองทานดูใช่มั้ยล่ะคะ แน่นอนค่ะว่า ทุกคนสามารถหาร้านอาหารเมกซิกันในไทยเพื่อซื้อทานได้เช่นกัน และในส่วนของวัตถุดิบนั้นก็สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำได้เช่นกันค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.gourmetandcuisine.com