ทำเมนู “มัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วยหอม” ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

สำหรับ “มัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วยหอม” เบเกอรี่แค่เอ่ยชื่อก็ดูน่าสนใจน่าทานมากแล้ว เพราะปกติที่เห็นตามร้านขนมจะมีแค่มัฟฟินข้าวโอ๊ต หรือมัฟฟินกล้วยหอม มีส่วนผสมของธัญพืชและผลไม้รสหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากให้มีความหวานขึ้นมาอีกนิดใส่น้ำผึ้งเพิ่มเติมได้ บางสูตรอาจใส่หญ้าหวานหรืออิริทริทอลก็เป็นอีกทางเลือก สำหรับท็อปปิ้งโรยหน้าสามารถเลือกใส่ได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นดาร์กช็อกโกแลตชิพ อัลมอนด์ หรือผลไม้อบแห้ง พออบเสร็จเนื้อจะมีเท็กซ์เจอร์ของข้าวโอ๊ตและความหอมของกล้วยมีความหวานนวล ๆ จะกินเป็นอาหารว่างหรืออาหารเช้าเติมพลังกับนมสดสักแก้ว แค่นี้ก็อิ่มแปล้แล้วจ้า ใครมีเตาอบและชอบทำขนมกินเองอยู่แล้วลองจับมาฟีเจอริ่งกันเลย แถมไม่มีส่วนผสมของแป้งให้ต้องลำบากใจว่าจะกินดีไหมอีกด้วย

เอาล่ะก่อนที่จะเปิดเตาอบกันเรามาดูประโยชน์ของข้าวโอ๊ต ประเภทของข้าวโอ๊ต และความแตกต่างของมัฟฟินกับคัพเค้กกันก่อนดีไหม

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@melsvision

ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต

  1. ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี เนื่องจากในข้าวโอ๊ตมีสารเบต้ากลูแคนซึ่งสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในผนังหลอดเลือดและระดับน้ำตาลกลูโคสได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ด้วย 
  2. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นเพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก แก้ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้มีสุขภาพดี  
  3. อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็น รวมทั้งมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด 
  4. อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ทำให้อิ่มท้องนาน ให้พลังงานสูง ย่อยง่ายแต่ไขมันต่ำ 

ข้าวโอ๊ตมีแบบไหนบ้าง

          1.โอ๊ตมีล (Steel-Cut Oats, Irish oats) ข้าวโอ๊ตดิบแบบสับเป็นผงหยาบ ๆ มีสารอาหารอยู่ครบ ต้องนำมาหุงหรือต้มน้ำซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีเพื่อทำให้สุก โดยส่วนใหญ่เอามาทำโจ๊กหรือข้าวต้ม

        2.โรลโอ๊ต (Old-Fashioned Oats) โอ๊ตสุกจากการนึ่งแล้วนำไปรีดให้แบน และตากแดดหรือนำมาอบให้แห้งอีกครั้ง มักนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของขนมอบ อย่างเช่น คุกกี้ ขนมปัง มัฟฟิน หรือทำเป็นมูสลี่หรือกราโนล่า

   3.ควิก-คุกกิ้งโอ๊ต (Quick-Cooking Oat) การนำข้าวโอ๊ตไปรีดให้แบนกว่าโรลโอ๊ต นิยมกินคู่กับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง

    4.ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปพร้อมทาน (Instant Oat Meal) ข้าวโอ๊ตที่สุกด้วยการนึ่ง เอาไปสับและอบให้แห้ง ปรุงรสต่าง ๆ เพื่อให้กินง่าย เช่น รสสตรอว์เบอร์รี รสช็อกโกแลต เป็นต้น ใส่น้ำตาลเพิ่มความหวาน เหมาะกับการชงเติมน้ำร้อน

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/marcelkessler-3217273/

สูตรมัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วยหอม

ส่วนผสม มัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วยหอม

          1.ข้าวโอ๊ต (ชนิด Quick Cooking or Old Fashioned) 2 ถ้วย 

          2.กล้วยหอมสุกลูกใหญ่ 2 ลูก

          3.ไข่ไก่ 2 ฟอง

          4.กรีกโยเกิร์ต 1 ถ้วย

          5.น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ 

          6.ผงฟู 1+1/2 ช้อนชา

          7.เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา

          8.กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

          9.เกลือโคเชอร์ 1/8 ช้อนชา

          10.ช็อกโกแลตชิพ ดาร์กช็อกโกแลตสับ ถั่ว แครนเบอร์รีแห้ง หรือบลูเบอร์รี (สดหรือแช่แข็ง) 1/2 ถ้วย 

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/stocksnap-894430/

วิธีทำมัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วย

          1.เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมถ้วยกระดาษมัฟฟิน 12 ถ้วย

          2.ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้หรือเครื่องบดอาหาร ปั่นจนส่วนผสมเข้ากัน ประมาณ 3 นาที คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง (ถ้าอยากใส่ช็อกโกแลตชิพ ควรใส่หลังจากแป้งเย็นลงแล้วประมาณ 10 นาที)

          3.ใส่ส่วนผสมลงในถ้วยกระดาษมัฟฟิน ประมาณ 3/4 ส่วน โรยด้วยช็อกโกแลตชิพหรือถั่ว นำเข้าอบประมาณ 15 นาที หรือจนแป้งขึ้นฟู นำออกมาวางบนตะแกรงและพัดให้เย็น ประมาณ 10 นาที จัดเสิร์ฟ

ใครกำลังมองหาขนมเพื่อสุขภาพอยากให้ลองทำเมนูมัฟฟินข้าวโอ๊ตกล้วยหอม ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก กินเป็นอาหารเช้าหรืออาหารว่างรองท้องก็ได้จ้า

 ขอบคุณแหล่งที่มา: https://cooking.kapook.com

เบเกอรี่

แจกสูตรขนม “ครอฟเฟิล” Croffle เมนูฮิตในร้านคาเฟ่

เมนูสุดฮิตที่สายคาเฟ่ต้องไม่พลาดกับเมนูนี้ ที่กำลังมาแร […]

Read More
เบเกอรี่

“โยเกิร์ตโบวล์” อาหารเพื่อสุขภาพแนวใหม่ที่ต้องลอง

เพราะในปัจจุบันนี้ไม่ใช่ว่าทุกๆ คนจะเป็นห่วงแค่เรื่องขอ […]

Read More
เบเกอรี่

สูตรขนม “Pretzel Almond” ชื่อเรียกของขนมปังเค็ม

วันนี้เรามีสูตรขนมมาฝากกันอีกแล้วค่ะ หลายๆ คนอาจจะเคยทา […]

Read More