ทริคจัดบ้านสไตล์ Home Barista ให้เหมือนอยู่ร้านกาแฟ!!

หากจะพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่นี้ ที่ถึงวันหยุดเมื่อไหร่ต่างชื่นชอบการออกไปนั่งชิลล์ นั่งทำงานที่ร้านกาแฟ อาจเป็นเพราะหลงรักในกลิ่นอันหอมกรุ่น รสชาติขมที่ละมุนจากเมล็ดกาแฟ หรือหลงใหลในบรรยากาศของร้านที่ชวนให้ผ่อนคลาย จนทำให้ใครหลายคนอยากหอบเอาอารมณ์แบบนี้กลับบ้านไปด้วย เนื้อหานี้ เราจะชวนผู้อ่านมาถอดรหัสบรรยากาศร้านกาแฟ เพื่อนำมาประยุกต์ร่วมกับการตกแต่งบ้าน เสมือนยกคาเฟ่แบบที่ชอบมาเก็บไว้ในพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะยุคที่หลายคนยังต้อง Work From Home หากไม่อยากเสี่ยงสัมผัส เลือกมุมหนึ่งมุมใดของบ้านมาเป็นร้านกาแฟส่วนตัวกัน

ใครบ้างล่ะคะที่จะไม่ชอบกลิ่นหอมๆ ของกาแฟ บรรยากาศในร้านกาแฟที่มีคนอยู่น้อยๆ เงียบๆ การตกแต่งที่สวยงาม แตกต่างกันไป พร้อมกับเปิดเพลงคลอเบาๆไประหว่างทำงานด้วย และก็แน่นอนด้วยว่าคงมีคนจำนวนไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะที่ชอบบรรยากาศแบบนั้น แต่ยิ่งในช่วงสถานการณ์ของโรคระบาดโคโรน่าไวรัสแล้วด้วยนั้น ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ยังงก็จะต้องระมัดระวังมากขึ้น นั่นก็คงทำให้หลายคนที่เป็นสายนั่งชิวตามร้านกาแฟแล้วนั้นจะต้องเซงกันไปตามๆกันล่ะค่ะ

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@aahubs

1.เลือกสไตล์ที่ชื่นชอบ

สไตล์ในการตกแต่งเป็นสิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อน เพราะสไตล์จะเป็นสิ่งกำกับได้ชัดเจนว่า เราสามารถนำวัสดุใด โทนสีแบบไหนมาใช้ร่วมกันได้บ้าง บางคนชอบความเท่แบบ industrial loft , บ้างก็ชอบหวาน ๆ แบบวินเทจ แต่หากยังไม่รู้จะเลือกสไตล์ไหน บ้านไอเดียแนะนำสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมในยุคปัจจุบันซึ่งจะสามารถประยุกต์ตกแต่งร่วมกับบ้านพักอาศัยได้ไม่ยากนัก อาทิ นอร์ดิก, มินิมอล และ มูจิ ทั้ง 3 สไตล์นี้มีรูปแบบการตกแต่งที่เรียบง่าย ให้บรรยากาศอบอุ่นจึงเข้ากับบ้านได้ดีเลย อย่างไรก็ตามเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสไตล์ที่ชื่นชอบอย่างแท้จริง ก่อนลงมือตกแต่งแนะนำให้ตระเวนหาร้านกาแฟเก๋ ๆ แล้วลองสัมผัสร้านจริงดูว่า เราชอบสไตล์ใด

อีกจุดที่ขาดไม่ได้และนำมาใช้บ่อยในร้านกาแฟ คือ การโชว์ผิววัสดุให้เห็นถึงสัจจะวัสดุเดิม เช่น งานไม้ งานเหล็ก คอนกรีต หินขัด จะช่วยให้ภาพรวมดูน่าหลงใหล ชวนให้มองมากยิ่งขึ้น

2.หามุมน่านั่งในบ้าน

หากใครไปนั่งร้านกาแฟบ่อย ๆ จะสังเกตได้ว่า คาเฟ่ยุคใหม่ไม่ได้มีข้อจำกัดของพื้นที่เลย จะพื้นที่เล็ก พื้นที่ใหญ่ ภายในหรือภายนอกก็สามารถจัดมุมให้น่านั่งได้ทั้งหมด แต่ไม่ว่ามุมไหน ๆ ก็มักจะมีจุดเหมือนกันคือ เป็นพื้นที่โปร่งสบาย มองเห็นสวนภายนอก หรืออาจมีของตกแต่งใด ๆ ที่ชวนให้มองเห็นอย่างเพลิดเพลินใจ แต่หากนำมาประยุกต์ภายในบ้านและให้จัดง่าย ไม่ซับซ้อน แนะนำให้ใช้ห้องนั่งเล่นเดิมที่มีอยู่ได้เลยครับ ยิ่งหากบ้านไหนวางผังบ้านแบบ Open Plan โดยมีห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับโต๊ะทานอาหารและครัวเบา ยิ่งจัดบรรยากาศเป็นคาเฟ่ได้ไม่ยากเลยครับ หรือหากใครชอบพื้นที่ภายนอกแบบธรรมชาติ แนะนำให้หามุมทางทิศเหนือของบ้าน เป็นโซนที่หลบแดด นั่งเล่นได้ตลอดทั้งวัน

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@baileyal3xander

3.ปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ให้มีความยืดหยุ่น ไม่ตายตัว

สังเกตได้ว่าในร้านกาแฟมักมีโต๊ะขนาดใหญ่ที่สามารถนั่งใช้งานในอย่างยืดหยุ่น จะนั่งดื่มกาแฟ อ่านหนังสือ หรือนำแลปท็อปมาวางนั่งทำงานก็สะดวก วิธีการเลือกซื้อโต๊ะให้เน้นดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่เอนเอียงไปทางโต๊ะทานอาหารมากเกินไป อาจเป็นโต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนพร้อมเก้าอี้นั่งที่ดูทันสมัย หรือหากมีมุมผนัง มุมกระจกที่น่าสนใจ อาจเลือกใช้โต๊ะเคาน์เตอร์วางตามแนวยาวพร้อมด้วยเก้าอี้บาร์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเคาน์เตอร์ครัวเบาไว้สำหรับเตรียมกาแฟ ก็จะทำให้บ้านมีบรรยากาศเหมือนร้านกาแฟมากขึ้นครับ

4.จัดพื้นที่ธรรมชาติ

การเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายในคาเฟ่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ ทำได้โดยการจัดสวนเล็ก ๆ บนพื้นดินหรือหากยุ่งยากเกินไป ไม่มีพื้นที่ให้ปลูก การจัดสวนในกระถางภายในบ้านก็ทดแทนได้เช่นเดียวกันครับ อาจนำแคคตัสฟอร์มสวย ๆ น่ารัก ๆ มาวางไว้บนโต๊ะ ขอบริมหน้าต่าง หรือจะปลูกไม้เลื้อยให้ห้อยระย้าลงมาจากกระถางบนมุมสูงของห้อง ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศให้เหมือนร้านกาแฟชัดขึ้น ขณะเดียวกันยังรักษาความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านพักอาศัยได้ดีด้วย

5.เสียงเพิ่มบรรยากาศ

ลองนึกภาพเมื่อเข้าไปร้านกาแฟ สิ่งที่จะรู้สึกว่าคาเฟ่ต่างจากบ้านคือ “เสียง” บ้านมักจะใช้ชีวิตแบบเงียบ ๆ แต่ร้านกาแฟจะมีเสียงเพลงที่เปิดคลอตลอดเวลา ลองหันมาใช้ลำโพงแบบบลูทูธวางไว้ในจุดที่ต้องการ โดยลำโพงจะต้องไม่ใกล้กับจุดนั่งมากเกินไป พร้อมกับเลือกเปิดเสียงเพลงแนวผ่อนคลาย อาจจะเป็นเพลงบรรเลงเปียโน,เพลงคลาสสิค เพลงแจ๊ส , บอสซาโนวาหรือแล้วแต่ความชอบ และให้เปิดในระดับเสียงเบา ๆ ลอย ๆ ไม่ดังเกินไปเพราะจะทำลายสมาธิระหว่างนั่งทำงานหรือหนวกหูจนเสียความสุนทรีได้

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/rahulsankraft-11357956/

6.กลิ่นที่อบอวลจากกาแฟสดแท้ ๆ

5 ข้อที่ผ่านมาเป็นการเติมแต่งองค์ประกอบทางตาและหู หัวข้อนี้เป็นองค์ประกอบสุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้ หากต้องการตกแต่งบ้านให้เหมือนคาเฟ่ นั่นก็คือ กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ ซึ่งกลิ่นจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีกระบวนการคั่ว บดและชง อาจมองหาเครื่องชงกาแฟมาติดบ้านไว้สักเครื่อง ที่นิยมใช้กัน เช่น เครื่องชงกาแฟดริป, หม้อต้มกาแฟสด Moka Pot แต่หากไม่ต้องการความยุ่งยาก แนะนำเลือกเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เลือกได้หลายเมนูโดยไม่จำเป็นต้องเตรียมส่วนผสมให้ยุ่งยาก ไม่ต้องจำสูตรให้ซับซ้อน แถมยังได้รสชาติแบบกาแฟสดแท้ ๆ เสมือนมีบาริสต้ามาชงให้ถึงที่บ้าน

ใครที่ชอบบรรยากาศภายในร้านกาแฟ ชอบในความหอมของกาแฟ อยู่เป็นทุนแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าคงมีคนไม่น้อยที่อยากจะยกร้านกาแฟมาตั้งไว้ที่บ้านกันบ้างล่ะค่ะ ยิ่งช่วงนี้นั้นเป็นยุคที่เราไม่ได้สามารถออกปไหนมาไหนได้ตามที่อยากแล้วล่ะก็ ยังก็คงมีคนส่วนใหญ่ที่ไม่อยากจะออกไปนั่งชิวที่ร้านกาแฟเองหรอกใช่มั้ยล่ะค่ะ เพราะงั้นแล้วในวันนี้ที่เราได้มาแนะนำ “ทริคจัดบ้าน ให้เหมือนอยู่ร้านกาแฟ กับสไตล์ Home Barista” ไปแล้วนั้น ยังไงก็น่าจะต้องถูกใจคนรักกาแฟแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.banidea.com