สุขภาพ

ดื่มกาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพ

ความนิยมที่มีมานานหลายศตวรรษทำให้กาแฟมีตัวเลือกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในแง่ของรสชาติ เมล็ดกาแฟ
การชง และไอเท็มเสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล คาราเมล หรือแม้แต่น้ำผลไม้ ไม่แปลกที่จะเกิดคำถามขึ้นมาว่า
ดื่มกาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพมากที่สุด?

โดยรวมแล้วกาแฟมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ มีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน
โรคพาร์กินสัน นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับ โรคตับแข็ง และอัลไซเมอร์ และยังมีการศึกษาพบว่าอาจช่วยให้มีชีวิตยืนยาว
แต่ในขณะเดียวกัน คาเฟอีนในกาแฟก็ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ แลอาจจะทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน

สุขภาพ

ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/breakfast-cup-coffee-drink-1209223/

แต่ด้วยตัวเลือกของกาแฟที่มีเยอะมากพอในปัจจุบัน การตามหากาแฟที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากมาย
หากคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรีต่ำหรือปราศจากแคลอรี หรือถ้าร่างกายไวต่อคาเฟอีน
ก็แค่เลือกกาแฟ Decaf ที่แทบจะไม่มีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ แต่ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระไม่ต่างจากกาแฟทั่วไป

ปัจจัยหลักในการพิจารณาว่า กาแฟแก้วไหนดีต่อสุขภาพ

1. เครื่องเติมรสชาติ
น้ำตาล นม และครีม ที่เป็นตัวเพิ่มแคลอรี่ในกาแฟให้สูงขึ้น และพบว่าครีมเทียมนั้นจะลดการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อหัวใจด้วย
หากเป็นคนติดหวาน แนะนำให้เติมสารให้ความหวานทดแทนจะดีกว่า จึงสามารถตัดสินได้ง่าย ๆ ว่ากาแฟดำนั้นดีต่อสุขภาพมากกว่ากาแฟ
ในนมหรือครีม

2. วิธีการชง
การต้มกาแฟก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การต้มกาแฟนานเกินไป อาจทำให้สารอาหารต่าง ๆ ละลายหายไปกับน้ำร้อนได้เช่นกัน
และวิธีการต้มกาแฟก็ส่งผลต่อสารให้คุณประโยชน์ด้วย จากเทคนิคการชงทั้งหมด 5 วิธี ได้แก่ แอโร่เพรส, ดริป, เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ
เฟรนช์เพรส และการชงกาแฟแบบง่าย ๆ พบว่าพบสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดจากการชงแบบแอโร่เพรส และพบน้อยสุดในการชงเฟรนช์เพรส

3. เมล็ดกาแฟ
เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ยังไม่ได้คั่วมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเกือบสองเท่าของเมล็ดอาราบิก้าที่ยังไม่ได้คั่ว
แต่เมื่อผ่านกระบวนการคั่วแล้วก็จะเกิดความแตกต่างอยู่นิดหน่อย โรบัสต้าคั่วอ่อนจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ
มากกว่าอาราบิก้าคั่วอ่อน แต่ในระดับคั่วกลางและคั่วเข้ม อาราบิก้ากลับมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าโรบัสต้า

4. พฤติกรรมของเราเอง
เราไม่ควรบริโภคกาแฟเกิน 2-3 แก้วหรืออย่างมากที่สุดก็ไม่ควรมากกว่า 4-5 แก้วต่อวัน เท่ากับบริโภคคาเฟอีน
ในปริมาณ 50 ถึง 100 มิลลิกรัมเพื่อเลี่ยงอาการปวดหัวในตอนเช้า เลี่ยงน้ำตาล แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติจริง ๆ
ก็ลองใช้เครื่องเทศอย่างขมิ้น อบเชย ลูกจันทน์เทศ หรือผงโกโก้ แทน ก็จะเป็นอีกตัวช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้

สุขภาพ

ขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/photos/coffee-coffee-cup-coffee-grinder-751619/