ข้อควรรู้!! 9 สิ่งที่ไม่ควรทำกับตู้เย็นในบ้านของคุณ

“ตู้เย็น” ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องมี กันทุกๆบ้านเลยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะว่าประโยชน์ที่เราสามารถใช้ได้จากตู้เย็นนั้นก็สำคัญพอตัวเลย ก็อย่างเช่น การแช่อาหารไว้ในตู้เย็นเพื่อเก็บรักษาความสด-ใหม่อยู่เสมอ ซึ่งตู้เย็นก็ตอบโจทย์ที่สุดแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าตู้เย็นก็เหมือนกับของอื่นๆ ที่ต่างก็มีความเหมาะสมในวิธีการใช้งาน วิธีการดูแล ซึ่งแน่นอนค่ะ สำหรับบางคนแล้วคงคิดว่าตู้เย็นนั้นคงไม่มีวิธีการรักษา หรือดูแลอะไรมากมาย มีเพียงแค่ทำหน้าที่คอยรักษาอาหารที่เราแช่ให้สด-ใหม่อยู่เสมอแค่นั้น ซึ่งแบบนั้นนั่นไม่ถูกต้องเลยซะทีเดียวล่ะค่ะ

สำหรับวันนี้ เรา จึงมาขอนำเกร็ดข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้อ่านได้ใช้ตู้เย็นกันอย่างถูกวิธี เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถประหยัดได้ทั้งค่าไฟฟ้า และยืดอายุการใช้งานของตู้เย็น ให้ตู้เย็นที่บ้านจะได้อยู่ให้เราใช้ไปนาน ๆ ค่ะ จะมีอะไรบ้างเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/shadowfirearts-3107153/

1. วางชิดติดผนัง : โดยปกติเกือบทุกบ้าน นิยมจัดวางตู้เย็นไว้ชิดผนัง ซึ่งไม่เป็นเรื่องที่ผิด แต่หากวางชิดผนังจนเกินไป จะส่งผลให้การระบายความร้อนของตู้เย็นเป็นไปอย่างลำบาก ทำให้ตู้เย็นทำงานหนักและเปลืองค่าไฟมากขึ้น การจัดวางจึงควรเว้นระยะห่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท ข้อควรระวัง สำหรับบ้านที่เลือกจัดเก็บตู้เย็นเข้ากับ built in ครัว หากออกแบบให้แน่นขนาดพอดีจนเกินไป อาจส่งผลเสียในด้านการระบายความร้อน ควรออกแบบให้มีช่องระบายอากาศด้านหลัง ด้านข้างและด้านบนครับ

2. วางใกล้ความร้อน : นอกจากวางชิดติดผนังแล้ว ไม่ควรวางตู้เย็นไว้ใกล้แหล่งทำความร้อน เช่น กระติกน้ำร้อน ,​ หม้อหุงข้าว , ไมโครเวฟ , เตาแก๊ส บางบ้านต้องการประหยัดพื้นที่ นิยมนำหม้อหุงข้าวจัดวางไว้บนตู้เย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรทำครับ หรือแม้แต่การวางชิดติดผนังทางทิศใต้ หากมีแสงแดดสาดส่อง ผนังบ้านร้อนมากอาจส่งผลให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นเช่นกันค่ะ

ขอบคุณภาพจาก: https://unsplash.com/@nicotitto

3. เปิดทิ้งไว้นานๆ : ข้อนี้เคยเป็นประเด็นที่ได้พูดคุยกัน กับข้อสงสัยที่ว่า หากต้องการใช้ตู้เย็นในช่วงดังกล่าวนาน ๆ เช่น ตักไอศครีมที่แช่ช่องฟรีซ ระหว่างเปิดตู้เย็นทิ้งไว้จนกระทั่งตักเสร็จ กับ หยิบไอศครีมออกมา ปิดตู้เย็น ตักเสร็จแล้วค่อยเปิดใหม่เพื่อเก็บ แบบไหนเปลืองค่าไฟมากกว่ากัน

คำตอบ : เปิดทิ้งไว้เปลืองกว่ามากค่ะ นั่นเป็นเพราะว่าโดยปกติตู้เย็นจะทำความเย็นตลอด 24 ชม. ตู้เย็นจะรักษาอุณหภูมิตามค่าที่ผู้ใช้ตั้งไว้ หากอุณหภูมิสูงขึ้นจะเริ่มทำความเย็นใหม่เพื่อให้อุณหภูมิคงที่อยู่เสมอ กรณีที่เปิดแล้วปิด ความเย็นภายในตู้เย็น จะถ่ายเทออกไปน้อยกว่าการเปิดทิ้งไว้นาน ๆ ส่งผลให้ตู้เย็นลดการทำงาน ประหยัดค่าไฟมากขึ้นครับ

4. ยางเสื่อม : ขอบยางตู้เย็นเมื่อใช้ไปนาน ๆ จะเสื่อมลง ขอบยางเป็นเสมือนส่วนปิดกั้นรอยรั่วของความเย็น หากขอบยางเสื่อมไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะความเย็นจากภายในจะเล็ดลอดออกไปตลอดเวลา ส่งผลให้ตู้เย็นทำงานหนักตลอดเวลา ควรซ่อมแซมด้วยการเปลี่ยนขอบยางใหม่ หากพอจะมีความรู้เรื่องช่างสามารถซื้อมาเปลี่ยนเองได้ แนะนำตอนไปซื้อถอดของเก่าไปให้ที่ร้านดูด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้เทียบขนาดและรุ่นที่ตรงกัน ราคาโดยรวมประมาณ 1,000 บาท แต่หากไม่มั่นใจที่จะเปลี่ยนเอง แนะนำให้ช่างทำให้ เสียค่าแรงนิดหน่อยแต่ปลอดภัยและสะดวกกว่าค่ะ

5. งัดแงะช่องฟรีซ : ตู้เย็นรุ่นเก่าที่ไม่มีระบบ No Frost เมื่อใช้ไปสักระยะน้ำแข็งจะเกาะติดเต็มช่องฟรีซ สิ่งต้องห้ามคือการงัดแงะน้ำแข็งออกจากช่องฟรีซ แต่ให้กดปุ่มละลายน้ำแข็งแทน หลังจากน้ำแข็งละลายแล้วควรรีบทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง เพราะน้ำแข็งที่ละลายนั้นมักสะสมเชื้อโรคไว้ด้วย ไม่สามารถนำมารับประทานได้ครับ หากเป็นไปได้เมื่อต้องซื้อตู้เย็นใหม่ ควรเลือกเป็นระบบ No Frost ดีกว่ากันเยอะค่ะ

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/difisher-6360621/

5. กระจุกของแน่น : สิ้นเดือนทีไรกระเป๋าตังค์แน่น คุณแม่บ้านส่วนใหญ่นิยมไปจ่ายตลาดในช่วงนี้ ส่วนใหญ่มักจัดเต็ม นำอาหารทั้งผัก ผลไม้ ยัดแน่นเต็มตู้เย็น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ตู้เย็นไม่สามารถกระจายความเย็นได้ทั่วถึง โดยเฉพาะการจัดวางอาหารไว้ใกล้ช่องความเย็น จะเป็นการบดบังความเย็นไม่สามารถกระจายได้ทั่วทั้งตู้เย็น ให้นึกถึงสภาพแวดล้อมที่มีผู้คนแออัด บริเวณไหนแออัดอากาศจะร้อนมาก ภายในตู้เย็นก็เช่นกันครับ ควรมีพื้นที่ว่างไว้อย่างน้อยประมาณ 10 % หากตู้เย็นเต็มแน่นตลอด นั่นอาจเป็นสัญญาณที่กำลังบอกเราว่า ควรเลือกซื้อตู้เย็นใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่า หรืออาจลองคัดเลือกดูว่า อะไรบ้างที่ไม่จำเป็นเก็บไว้ในตู้เย็น มีอะไรบ้างแช่ไว้เป็นปีแล้วไม่เคยได้ใช้มัน ควรกำจัดทิ้งออกครับ

6. อาหารร้อนใจเย็น ๆ : เคยไหม ? ทำอาหารไว้เสร็จใหม่ ๆ อยากจะให้เย็นไว ๆ จึงหยิบใส่เข้าตู้เย็นเลยทันที การทำเช่นนี้จะส่งผลให้ภายในตู้เย็น เกิดความร้อนมากขึ้น ทำงานหนักมากขึ้น ค่าไฟย่อมสูงขึ้นตามลำดับ

7. เครื่องดื่มมีก๊าซ : เครื่องดื่มประเภท น้ำอัดลม , เบียร์ หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีก๊าซ ไม่ควรนำมาแช่แข็ง เนื่องด้วยเครื่องดื่มที่มีก๊าซ สามารถขยายตัวเมื่อเจอความเย็นจัด อาจส่งผลให้ขวดแตกระเบิดได้

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/markusspiske-670330/

8. ปลั๊กตู้เย็น : ไม่ควรเสียบปลั๊กตู้เย็นร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ควรเสียบแยกไว้เฉพาะตู้เย็นโดยเฉพาะ และควรมีอุปกรณ์ตัดตอนป้องกันวงจรไว้ด้วย กรณีที่ซื้อตู้เย็นเข้าบ้านใหม่ อาจยังไม่มีตำแหน่งปลั๊กสำรองไว้ หากต้องการใช้ปลั๊กพ่วงชั่วคราว ควรเลือกเฉพาะคุณภาพดีเท่านั้นซึ่งจะมีราคาสูงถึงหลักพันบาท แนะนำให้ติดต่อช่างไฟ เพื่อทำการเดินสายไฟใหม่ รวมค่าใช้จ่ายไม่กี่ร้อยคุ้มกว่ากันเยอะค่ะ

หลังจากอ่านจบแล้ว หลายๆคนก็คงจะถึงบางอ้อ แล้วล่ะค่ะว่าสิ่งเหล่านี้นั้นส่งผลให้ตู้เย็นของเราให้เสื่อมคุณภาพได้อย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าหลายๆคนกำลังจะบอกว่า ตู้เย็นที่ซื้อมานั้นมีคุณภาพมากแค่ไหน ดีแบบนั้นอย่างไร ดีแบบนี้อย่างไร แบบที่ผู้ขายได้โฆษณาไว้  แต่จะดีกว่ามั้ยคะถ้าทุกคนหันมาใส่ใจกับสิ่งๆเล็กๆ อย่างการใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้กับตู้เย็น ประมาณว่าตู้เย็นยี่ห้อนี้มันดีขนาดนี้แล้วถ้าหากเราใส่ใจกับมันมากกว่านี้มันจะยิ่งดีขนาดไหน แถมก็จะยังยืดอายุการใช้งาน ให้ตู้เย็นของเราได้คงความเย็นมาเก็บความสด-ใหม่ให้กับอาหารของเราได้อีกนานเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.upaplc.org