การเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับเด็กเล็กเพื่อให้มีความปลอดภัย

หากใครกำลังวางแผนสร้างครอบครัวอยู่แล้วหรือกำลังจะมีข่าวดีในครอบครัวแล้วล่ะก็สิ่งที่ทุกคนจะตื่นเต้นและพยายามเตรียมพร้อมรับมือกันอยู่ก็คงจะเป็น การเตรียมบ้านให้พร้อมรับเจ้าตัวน้อย กันใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าคุณมาถูกทางแล้ว ครอบครัวที่มีเด็กต้องดูแลบ้านอย่างพิถีพิถัน
หากน้องอยู่ในช่วงวัยชอบหยิบของเข้าปาก ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดเป็นพิเศษเผื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในวงการออกแบบบ้านค่อนข้างให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุอย่างมาก จึงมีแบบบ้านที่สร้างมาให้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุออกมาให้เป็นเป็นระยะ ซึ่งอันที่จริงแล้วในบ้านก็ยังมีคนในวัยอื่น ๆ ที่จะต้องเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับวัยด้วยเหมือนกัน อย่างเช่น มนุษย์ตัวน้อย ๆ ที่จะมาเป็นสมาชิกใหม่ในอนาคต ฉะนั้นจากตกแต่งบ้านที่เน้นความชอบส่วนตัว และมีจุดมุ่งหมายสำหรับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ตัวโต ก็จะต้องปรับเปลี่ยนบ้านเล็กน้อยเพื่อให้ปลอดภัย และให้พื้นที่บ้านส่งเสริมพัฒนาการแต่ละย่างก้าวของเด็ก ๆ ไม่ให้สะดุด

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/nastya_gepp-3773230/

การออกแบบพื้นที่สำหรับเด็กในบ้านนั้น อันที่จริงแล้วไม่ได้ถึงกับต้องเปลี่ยนอะไรใหญ่โต เพราะเราก็สามาถใช้วิธีปรับพื้นที่เพื่ออยู่ร่วมกันได้ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการใช้งานในภาพรวมตามจุดต่าง ๆ ที่คิดเผื่อเอาไว้ก็จะดีกับเด็กน้อยและทุกคนในบ้านด้วยนะครับ จุดต่างๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับเด็กมีหลายจุด แต่บ้านไอเดียจะนำเสนอจุดใหญ่ ๆ 7 จุดด้วยกันค่ะ

1. วัสดุปูพื้นบ้าน

เด็กเล็ก ๆ ที่ยังเดินไม่คล่องหรือยังไม่สามารถทรงตัวได้ดี มักจะประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้มได้มากที่สุดจากการเดินบนวัสดุปูพื้นบ้านที่มีความมันวาว หรือเรียบลื่นมากเกินไป อาทิ กระเบื้องผิวมัน แกรนิตโต้ กระเบื้องเซรามิค หรือพื้นปูนขัดมัน สำหรับบ้านที่มองเห็นอนาคตว่าจะมีเจ้าตัวเล็กมาเดินเตาะแตะ หากชอบพื้นกระเบื้องจริง ๆ ลองเลือกวัสดุปูพื้นกึ่งมันกึ่งด้าน ใช้มือลูบสัมผัสดูว่าจะไม่ลื่นเกินไป หรือหากมีงบประมาณมากขึ้นก็เลือกปูด้วยพื้นไม้ธรรมชาติ พื้นไม้ลามิเนต ไวนิล หรือกระเบื้องยาง ที่จะมีความฝืดเท้า ยืดหยุ่นสูง รอยต่อเสมอกันเดินไม่สะดุด

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/free-photos-242387/

2. ระวังพื้นที่ต่างระดับในบ้าน

ปัญหาคลาสสิคของบ้านนอกจากพื้นแล้ว สิ่งที่ตามมาติด ๆ คือเด็กปีนขึ้นพื้นที่ต่างระดับหรือบันไดแล้วพลาดตกลงมา หากเลือกได้ก็ควรเป็นบ้านชั้นเดียวหรือยกระดับบันไดไม่สูงมาก ส่วนคนที่ตั้งใจสร้างบ้านสองชั้นแน่นอนว่าจะต้องคิดเผื่อเอาไว้ว่าลักษณะของบันไดจะมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน วัสดุที่ใช้ลื่นหรือไม่ ต้องมีราวกันตก และตรวจเช็คระยะห่างระหว่างซี่ราวบันได ควรจะถี่เพื่อป้องกันเด็กลอดได้ ติดไฟส่องสว่างบริเวณบันได และที่สำคัญคือควรเป็นบันไดที่ติดตั้งประตูกั้นเด็กได้ง่าย ๆ ด้วย

3. ตกแต่งบ้านให้โล่ง กว้าง ปลอดภัย

ช่วงวัยแรกของชีวิตเด็ก ๆ จะสนุกกับการเรียนรู้ผ่านการมอง สัมผัส ชิมรส แต่สิ่งนี้จะเป็นมหันตภัยร้ายของคุณพ่อคุณแม่ เพราะเจ้าตัวน้อยที่เคยนอนเฉย ๆ จะเคลื่อนที่ไปทั่วและหยิบทุกอย่างที่คว้าได้เข้าปาก ดังนั้นการจัดตกแต่งบ้านควรจะเน้นสไตล์มินิมอล คือ มีเฟอร์นิเจอร์เฉพาะที่จำเป็น เพื่อป้องกันการชน การหยิบจับข้าวของอันตราย แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องโล่งจนไม่เหลืออะไรเพราะเด็กก็จะไม่ได้เรียนรู้ เพียงแต่ต้องเลือกตู้และชั้นวางที่แข็งแรงไม่โยกคลอน วางชิดผนังไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางจราจรของเด็ก และสามารถวางของให้ห่างจากมือเด็กๆ ได้

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/colin00b-346653/

4. เช็คตำแหน่งปลั๊กไฟ

จุดที่ต้องให้ความสำคัญอีกจุดคือ เต้าปลั๊กไฟ ที่เด็ก ๆ อาจจะอยากรู้อยากเห็นจนเอานิ้วน้อย ๆ เข้าไปแหย่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โดยปกติเต้าปลั๊กทั่วไปที่ใช้งานในบ้านจะติดที่ความสูง 3 ระดับคือประมาณ  30 ซม. จากพื้น (โคมไฟข้างเตียง) ความสูง 80 ซม. จากพื้น และความสูง 120 ซม. แล้วแต่วัตถุประสงค์การใช้งาน  ซึ่งจุดที่อยู่ต่ำจะเสี่ยงอันตรายที่สุด หากจำเป็นควรหาตัวครอบปลั๊กให้ปลอดภัยจากมือเด็ก สำหรับการเลือกซื้อเต้าปลั๊กควรเลือกแบบที่มีสายดินหรือที่เป็นปลั๊ก 3 ตา เพื่อไม่ให้ถูกไฟดูดเมื่อกระแสไฟฟ้ารั่ว

5. รูปแบบประตูหน้าต่างที่ปลอดภัย

อย่าประมาทในการปีนและเล่นซนของเด็ก บางคนคิดว่าประตูหน้าต่างสูงเด็กเอื้อมไม่ถึง แต่เด็ก ๆ ก็หาวิธีต่อขาขึ้นเปิดออกจนได้ จึงต้องเลือกประตูและหน้าต่างที่ปลอดภัยตั้งแต่แรก ควรเป็นแบบล็อคปิดได้เพื่อกันเด็กเปิดออกเอง ส่วนของหน้าต่างที่สูงและจุดที่เสี่ยงต่อการปีนตกให้เลือกติดอุปกรณ์กันตก ใส่หน้าต่างบานเกล็ด หรือเป็นบานหน้าต่างที่ต้องใช้แรงยกขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีการออกแบบหน้าต่างที่ล็อคไม่ให้ยกขึ้นได้สูง ติดราวกันตกดีไซน์สวยทำให้เด็กลอดออกไม่ได้ ในขณะที่บ้านยังดูสวยด้วย

ขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/th/users/manbob86-2516790/

6. ห้องน้ำไม่ลื่น ไม่มืด

ห้องน้ำ เป็นที่เล่นน้ำที่เด็กๆ ชอบมาก และมักจะลื่นหกล้มอยู่เสมอ ห้องน้ำที่ดีจึงควรแยกโซนเปียกจากโซนแห้งให้ชัดเจน กรณีที่สร้างห้องน้ำไปแล้วและห้องน้ำมีขนาดเล็กไม่สามารถแยกได้ ก็ใช้วิธีปูพื้นกันลื่น (ซึ่งใช้ได้สำหรับทุกวัย) อาจจะเป็นกระเบื้องแบบกันลื่น หรือปูด้วยผ้ายางที่เจาะรูระบายน้ำ พยายามอย่าให้มีถังน้ำที่เด็ก ๆ จะสามารถปีนขึ้นไปได้ เพราะโอกาสประสบอุบัติเหตุมีสูงทีเดียว

7. พื้นที่เล่นอิสระในบ้านและนอกบ้าน

พื้นที่นั่งเล่น เป็นมุมเล็ก ๆ ที่จุดประกายการเติบโตของความคิดสร้างสรรค์ ในบ้านจึงควรมีพื้นที่สงบและกว้างมากพอที่จะให้น้อง ๆ นั่งเล่นได้สบาย มีแสงพอเหมาะ อาจจะเลือกมุมใดมุมหนึ่งของบ้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องกั้นห้องใหม่ สำหรับพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้งก็สำคัญ เพราะการได้ออกไปคลุกดินใกล้ชิดธรรมชาติต้นไม้ใบหญ้าและสิ่งมีชีวิต จะทำให้เด็ก ๆ มีความสดชื่น รู้จักเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสิ่งแวดล้อม แต่ควรจัดให้ปลอดภัย ห่างจากแหล่งน้ำอย่างบ่อปลาลึก ๆ ซึ่งเด็ก ๆ อาจจะพลัดตกลงไปได้หากคลาดสายตาผู้ดูแล

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ 7 วิธีเตรียมบ้านให้พร้อมรับเจ้าตัวน้อย ถึงแม้ว่าจะดูโดยรวมแล้วจะไม่ค่อยแตกต่างจากเดิมเท่าไหร่ แต่ว่าในส่วนนี้ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กปลอดภัยจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านได้บ้างค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ด้วยวัยซุกซนของพวกเค้าคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องดูแลสิ่งของภายในบ้านให้แน่ใจว่าจะไม่ทำร้ายอะไรพวกเค้าได้อยู่ตลอดๆค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา: www.banidea.com