กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผนึกกำลัง UN ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน

เกษตร
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานกับ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและการเกษตรต่างประเทศ
เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรม อิ่ม…และ…ดี…2030
Sustainable Agri-Food Systems: what will we do next together?

โดยมี นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ UNFSS National Convenor ของไทย
กล่าวรายงานต่อที่ประชุม และมีผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคประชาสังคม
ผู้ประสานงานของสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Resident Coordinator) องค์การอนามัยโลก (WHO)
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP)
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT)
และสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute)

เกษตร

โดยมี ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ
และสำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมฯ
ผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ (Zoom Meeting) เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังร่วมกับ UN ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืน
“อิ่มและดี 2030” “Healthy Diets for All” โดยมีการแลกเปลี่ยนและหารือแนวทางในการขับเคลื่อน
การดำเนินงานเพื่อปรับเปลี่ยนระบบอาหารของไทยให้มีความมั่นคง ยั่งยืน รักษาสมดุลทรัพยากรธรรมชาติ
และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่วมกันแสดงข้อคิดเห็นเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการและแนวทางการดำเนินงานของไทย
ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ให้บรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อต่อยอดพันธกิจจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในการเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

โดยจากการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก (UN Food Systems Summit 2021: UNFSS 2021)
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา นายแอนโทนิโอ กูเตเรส เลขาธิการสหประชาชาติ มอบหมายภารกิจสำคัญ
แก่องค์กรภายใต้สหประชาชาติ ให้ร่วมทำงานเพื่อสนับสนุนประเทศสมาชิกในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อน
การปรับเปลี่ยนระบบอาหารของประเทศให้สำเร็จลุล่วง พร้อมประกาศว่าในอีกสองปีข้างหน้า จะจัดให้มีการประชุม
ติดตามผลการดำเนินงานขับเคลื่อนให้ประเทศสมาชิกนำเสนอความก้าวหน้าและผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม
ในการปรับเปลี่ยนระบบอาหารของแต่ละประเทศ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลง
ในการประชุมดังกล่าว แสดงความมุ่งมั่นของไทยในการพลิกโฉมระบบอาหารให้มีความสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ ตามวิสัยทัศน์
“มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตามนโยบายเกษตรและอาหาร “3S” ที่เน้นด้านความปลอดภัยของอาหาร (Safety) ความมั่นคงอาหาร (Security)
และความยั่งยืนของทรัพยากรและนิเวศการเกษตร (Sustainability) ซึ่งไทยจะขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Economy

เกษตร

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอบคุณ Mr. Jong-Jin Kim ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ FAO
และผู้แทน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และ Ms. Gita Sabharwal หัวหน้าทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย
ที่ได้ให้คำแนะนำและการประสานงานเป็นอย่างดีจนนำไปสู่ความสำเร็จ ในการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ
(UN Food System Summit) เมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา “เราต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน ประชาสังคม สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและร่วมมือกันอย่างแข็งขัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
ไปสู่ระบบอาหารทางการเกษตร ที่ยั่งยืน” ซึ่งการพูดนั้นมันง่ายกว่าการลงมือทำ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงจำเป็น
ต้องสร้างความแตกต่างและบทบาทหน้าที่ที่สำคัญ คือ การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ภายใต้ “Agri Challenge Model” โดยท่านรัฐมนตรีฯ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่ง Agri Challenge Model นี้
คือ การบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหาที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไข
นำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกร และสร้างความมั่งคั่งให้แก่ภาคการเกษตรและระบบอาหารต่อไป

ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับองค์กรระหว่างประเทศ สถาบัน
ภาคเอกชน และอื่น ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเพื่อเปลี่ยนระบบอาหารไปสู่การพัฒนา ที่ยั่งยืนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เราต้องรีบลงมือทำกันตอนนี้บนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกันและเป้าหมายความสำคัญเดียวกันเพื่อมนุษยชาติและโลกของเราใบนี้
เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมีส่วนร่วมต่อไป” ปลัดเกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ Mr. Jong-Jin Kim ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ FAO และผู้แทน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
กล่าวชื่นชมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้จัดเวทีชวนคิดชวนคุย National Dialogues มากกว่า 10 ครั้ง
กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในระบบอาหาร ซึ่งน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากข้อจำกัดภายใต้สถานการณ์โควิด-19
ซึ่ง FAO จะสนับสนุนประเทศไทยในการส่งเสริมระบบอาหารทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากขึ้น
โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกรอบยุทธศาสตร์ใหม่ของ FAO โดย FAO กำลังมุ่งเน้นไปที่
เศรษฐกิจหมุนเวียนและสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในการลดการสูญเสียอาหารและของเสีย
การเสริมสร้างการจัดการดิน น้ำ ป่าไม้ และระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (DRR) โดยได้ริเริ่มโครงการ Digital Village Initiative ซึ่งจะดำเนินการในประเทศไทย
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงนโยบายและการแก้ปัญหาการเกษตรดิจิทัล และการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าเทียม
โดย FAO จะสนับสนุนด้านเทคนิคเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การริเริ่มด้านข้อมูลทางเลือกและนวัตกรรม
เราได้จัดหากองทุน GEF ให้กับประเทศไทยแล้วใน 3 โครงการ
1) การจัดการภูมิทัศน์ป่าไม้แบบบูรณาการ
2) การใช้ทรัพยากรประมงในอ่าวไทยอย่างยั่งยืน
3) การเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำและการดำรงชีวิตในลุ่มน้ำโกลกข้ามแดน และน้ำ

ด้าน Mr. Renaud Meyer ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือ UNDP ได้เข้าร่วมหารือ
เรื่องผลการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก หรือ UN Food Systems Summit หรือ UNFSS
เมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา และกล่าวว่าถึง UN Sustainable Development Cooperation Framework
ซึ่งเป็นแผนในระยะ 5 ปี โดยได้หารือกับรัฐบาลไทย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงภาคเอกชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วยUNFSS
ได้รับฟังเสียงทุกภาคส่วนเท่าที่จะมากได้ เพื่อมุ่งเน้นการหาทางแก้ไขปัญหาและผลลัพธ์ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
เพื่อประโยชน์ของทุกภาคส่วน รวมทั้งได้กล่าวถึง 3 เสาหลัก เสาหลักแรก คือ เศรษฐกิจสีเขียว ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ
เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy Model เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นด้านเกษตรกรรม
เสาหลักที่ 2 คือการนำนวัตกรรมและดิจิทัลมาใช้ในการเกษตรในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร เพื่อแก้ไขปัญหา
โดยใช้วิธีการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหัวใจการพลิกโฉมระบบอาหาร และเสาหลักที่ 3 ภาคเอกชนและประชาชน
เข้ามามีบทบาท และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เพราะเป็นกลุ่มที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ
ผลผลิตทางการเกษตรและด้านการท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มนี้มีความเปราะบางมากที่สุด เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา
โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เกษตร

ขยายผลข้าวเหนียวหอมนาคา ปูพรมชาวนาผลิตเมล็ดพันธุ์เอง

ขยายผลข้าวเหนียวหอมนาคา ปูพรมชาวนาผลิตเมล็ดพันธุ์เอง ข้ […]

Read More
เกษตร

นายกฯ กำชับหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เร่งช่วยเหลือ

นายกฯ กำชับหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เร่งช่วยเหลือบ […]

Read More
เกษตร

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “TEGH” ขายไอพีโอ 324 ล้านหุ้น

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “TEGH” ขายไอพีโอ 324 ล […]

Read More